มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556


          เรื่องเก่าๆ ไม่เล่าก็ลืม ถ้ายิ่งเล่า ยิ่งมีพลังสร้างสรรค์

          ดังนิทานลูกฆ่าพ่อ มีความสะเทือนใจเป็นพลังให้กวีแต่งกวีนิพนธ์เล่าเรื่อง เช่น สุนทรภู่ แต่งนิราศพระประธม โดยแทรกนิทานพญากง พญาพานไว้

 

ลูกฆ่าพ่อ สร้างสถูปล้างกรรม

          ลูกฆ่าพ่อ สร้างเจดีย์ล้างกรรมสูงเท่านกเขาเหิน เป็นคำบอกเล่าที่รับรู้ในหมู่ชาวบ้านว่าหมายถึงพญาพานเป็นลูกฆ่าพ่อชื่อพญากง จึงสร้างเจดีย์ล้างกรรมสูงเท่านกเขาเหิน

          พญากง พญาพาน นิทานลูกฆ่าพ่อ ตำนานพระปฐมเจดีย์ (จ. นครปฐม) เป็นวรรณกรรมยุคอยุธยา มีลายลักษณ์อักษรรวมอยู่ในพงศาวดารเหนือ ราว พ.ศ. 2000

          แต่ไม่ใช่ตำนานพระปฐมเจดีย์องค์แรก ยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 หากเป็นคำบอกเล่าเรื่องปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ ราวหลัง พ.ศ. 1800 มียอดเป็นปรางค์ยุคอโยธยาศรีรามเทพ มีชื่อเรียกในจารึกวัดศรีชุม (จ. สุโขทัย) ว่า “พระมหาธาตุหลวง” (ขอมเรียก พระธม)

          ผู้ปฏิสังขรณ์คือมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี เจ้านายเชื้อวงศ์สุโขทัย เคยเป็นขุนศึกชนะสงครามหลายครั้ง แต่มีเหตุสำคัญทำให้ต้องสละทางโลก ทรงผนวชตั้งแต่อายุราว 29-30 พรรษา

          มีนักค้นคว้าตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีเหตุจากสงครามคราวใดคราวหนึ่งที่มหาเถรไปทำศึกกับบิดา และมีเหตุให้บิดาตาย เลยผูกนิทานสร้างสถูปล้างกรรม

          คำบอกเล่า หรือนิทานประจำถิ่นอย่างนี้ มีพลังผลักดันให้กวีหลายท่านสร้างงานเป็นกวีนิพนธ์ต่างๆ ดังนี้

เสมียนมี

          เสมียนมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) กวีสมัย ร.3 แต่งนิราศพระแท่นดงรัง (จ. กาญจนบุรี) พ.ศ. 2379 เมื่อเดินทางผ่านพระปฐมเจดีย์ (องค์ยอดปรางค์) มีความว่า

          พระประทมของบรมกษัตริย์สร้าง        เป็นพระปรางค์ใหญ่โตรโหฐาน

          สูงเท่านกเขาเหินเกินทะยาน                   พระยาพานก่อสร้างไว้ล้างกรรม

          เธอหลงฆ่าบิตุรงค์ทิวงคต                      เขารู้หมดเรื่องความไม่งามขำ

          เธอทำผิดคิดเห็นไม่เป็นธรรม                  จึงกลัวกรรมก่อสร้างพระปรางค์ทอง

 

สุนทรภู่

          สุนทรภู่ “มหากวีกระฎุมพี”Ž ก็เดินทางไปนมัสการแสวงบุญที่พระปฐมเจดีย์เมื่อ พ.ศ. 2385 แผ่นดินรัชกาลที่ 3 แล้วแต่งนิราศพระประธม ไว้ว่า

          ครั้นถึงวัดพระประธมบรมธาตุ                 สูงทายาดอยู่สันโดษบนโขดเขิน

          แลทะมึนทึนเทิ่งดังเชิงเทิน                      เป็นโขดเนินสูงเสริมเขาเพิ่มพูน

          แต่ที่อ่านสนุกก็ตอนที่สุนทรภู่ยกเรื่องพญากง พญาพาน มาแต่งเป็นกลอนพรรณนาไว้ยืดยาวว่า

          ด้วยเดิมเรื่องเมืองนั้นถวัลยราชย์         เรียงพระญาติพระยากงสืบวงศา

          เอาพานทองรองประสูติพระบุตรา           กระทบหน้าแต่น้อยน้อยเป็นรอยพาน

          พอโหรทายร้ายกาจไม่พลาดเพลี่ยง       ผู้ใดเลี้ยงลูกน้อยจะพลอยผลาญ

          พระยากงส่งไปให้นายพราน                   ทิ้งที่ธารน้ำใหญ่ยังไม่ตาย    

          ยายหอมรู้จู่ไปเอาไว้เลี้ยง                        แกรักเพียงลูกรักไม่หักหาย

          ใครถามไถ่ไม่แจ้งให้แพร่งพราย                ลูกผู้ชายชื่นชิดไม่ปิดบัง

          ครั้นเติบใหญ่ได้วิชาตาปะขาว                  แกเป็นชาวเชิงพนมอาคมขลัง

          รู้ผูกหญ้าผ้าพยนต์มนต์จังงัง                   มีกำลังลือฤทธิ์พิสดาร

          พระยากงลงมาจับก็รับรบ                       ตีกระทบทัพย่นถึงชนสาร          

          ฝ่ายท้าวพ่อมรณาพระยาพาน                  จึงได้ผ่านภพผดุงกรุงสุพรรณ

          เข้าหาพระมเหสีเห็นมีแผล                      จึงเล่าแต่ความจริงทุกสิ่งสรรพ์

          เธอรู้ความถามไถ่ได้สำคัญ                          ด้วยคราวนั้นคนเขารู้ทุกผู้คน

          ๏  ครั้นถามไถ่ยายหอมก็ยอมผิด               ด้วยปกปิดปฏิเสธซึ่งเหตุผล

          เธอโกรธาฆ่ายายนั้นวายชนม์                  จึงให้คนก่อสร้างพระปรางค์ประโทน

          แทนคุณตามความรักแต่หักว่า                     ต้องเข่นฆ่ากันเพราะกรรมเหมือนคำโหร

          ที่ยายตายหมายปักเป็นหลักประโคน          แต่ก่อนโพ้นพ้นมาเป็นช้านาน

          จึงสำเหนียกเรียกย่านบ้านยายหอม            ด้วยเดิมจอมจักรพรรดิอัธิษฐาน

          ครั้นเสด็จสรรพกลับมาหาอาจารย์             เหตุด้วยบ้านนั้นมีเนินศีลา

          จึงทำเมรุเกณฑ์พหลพลรบ                         ปลงพระศพพระยากงพร้อมวงศา

          แล้วปลดเปลื้องเครื่องกษัตริย์ขัตติยา         ของบิดามารดรแต่ก่อนกาล

          กับธาตุใส่ในตรุบรรจุไว้                          ที่ถ้ำใต้เนินพนมประธมสถาน

          จึงเลื่องลือชื่อว่าพระยาพาน                    ผู้สร้างชานเชิงพนมประธมทอง

 

หลวงจักรปราณี

          หลวงจักรปราณี (ฤกษ) เดินทางไปนมัสการพระปฐมเจดีย์Œ สมัยรัชกาลที่ 4 ต่ˆอเนื่องรัชกาลที่ 5 ได้แต่งนิราศพระปฐม และนิทานพญากง พญาพาน บรรยายการเดินทางไปที่องค์Œพระ ขณะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ ยังไม่ˆเสร็จสมบูรณ์Œนัก แล้‰วพรรณนาบรรยากาศขณะมีผู้‰ศรัทธามานมัสการ ดังนี้

          ที่ชั้นสองมีระเบียงดูเรียงเรียบ ทั้งระเบียบโบสถ์รามงามระหง

          มีเจดีย์ที่สองจำลองทรง                         อีกทั้งองค์ปรางค์สนองจำลองไว้

          ด้วยเดิมเห็นเป็นที่เจดียฐาน                 พระยาพานเสริมสร้างเป็นปรางค์ใหญ่

          เดี๋ยวนี้ถมเป็นที่เจดีย์ไป                         หวังจะให้คนเห็นอย่างเช่นเดิม

          ที่พระปฐมทำต่อก่อด้วยอิฐ                      สวมสนิทใหญ่ประมูลโบกปูนเสริม

          กระเบื้องลายพรายระยับประดับเติม          เป็นที่เฉลิมศรัทธาสาธุชน

          แต่ยังสวมยอดปรางค์อยู่อย่างนั้น              แสงสุวรรณแวววาวห้องหาวหน

          ที่บนฐานลานระเบียงเสียงสวดมนต์        ทั้งเสียงคนตีระฆังประดังกัน

          ทั้งคฤหัสถ์พระสงฆ์ทรงสิกขา                  ต่างบูชาปรีดิ์เปรมเกษมสันต์

          ด้วยบารมีไตรรัตน์มหัศจรรย์                   เป็นมหันตะสักการโอฬารตา

          พาเด็กเด็กลดเลี้ยวเที่ยวออกนอก          ตามเซาะซอกศีขรชะง่อนผา

          เป็นลดหลั่นชั้นช่ˆองปล่องศิลา               มีคูหาห้‰องระหงเที่ยววงเวียน

          รูปอาศรมสิทธาอยู่ˆอาศัย                        รูปวิลัยหลากหลากเหมือนฉากเขียน

          ท่ˆานสร้‰างสรรค์Œโสภาดูอาเกียรณ์               รูปมณเฑียรกระษัตราพระยาพาน         

          เธอทรงช้‰างยกพหลพลพิฆาต                  พระบิตุราชพระยากงส์ปลงสังขาร

          ฆ่ˆายายหอมมารดาเลี้ยงมานาน                ด้‰วยแจ้งการปกปิดซึ่งกิจจา

          อันเรื่องราวพระยาพานนี้นานนัก              คนรู้จักเล่ˆากันนั้นนักหนา

          ผิดกับพงศาวดารฉันอ่ˆานมา                   สุดจะว่าให้‰ละเมียดละเอียดลออ

 

เพลงฉ่อยชาวบ้าน

          นอกจากนั้น ชาวบ้านแถบ จ. นครปฐม และ จ. ราชบุรี ยังมีเพลงฉ่อยเลˆาเรื่องพญากง พญาพาน ว่า         

          สร้างพระปฐมสูงเท่านกเขาเหิน                  ผู้คนยืนเดิน มากมาย

          สร้างพระประโทนสร้างไว้เป็นจอม               สร้างให้ยายหอม ที่แกเลี้ยงไว้

          เมื่อพระปฐมละลายไปเป็นหน้ากลอง         พระยาพานจึงจะต้อง เกิดได้

 

พลังสร้างสรรค์

          นิทานท้องถิ่น มีพลังสร้างสรรค์ ให้เกิดวรรณกรรมร่วมสมัยได้ในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น เพลง, กวีนิพนธ์, เรื่องสั้น, นิยาย, ฯลฯ

          แต่หลักสูตรการศึกษาไทย อยู่ห่างไกลความเข้าใจคำบอกเล่าเก่าแก่อย่างนี้ เพราะครูผู้สอนตัดขาดความรู้ท้องถิ่นมานานมากแล้ว

พระปฐมเจดีย์องค์เดิม ยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000

พระปฐมเจดีย์องค์จำลอง ที่ท่านศรีศรัทธาบูรณปฏิสังขรณ์ไว้ เรียก “พระมหาธาตุหลวง” ราวหลัง พ.ศ. 1800 เสมียนมีกับสุนทรภู่ไปนมัสการเมื่อแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ได้เห็นซากสถูปที่ท่านศรีศรัทธาทำไว้ แล้วเขียนพรรณนาว่า “เป็นพระปรางค์ใหญ่โตรโหฐาน”

พระปฐมเจดีย์องค์ปัจจุบัน ยุครัตนโกสินทร์ หลัง พ.ศ. 2400

} else {