มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556


         บนเขาพระ (ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) มีป้ายบอกทางเพื่อชี้ชวนนักท่องเที่ยวไปถ้ำขุนแผน

         แล้วมีอาสาสมัครนำชมบริเวณนั้น บอกว่าขุนแผนพานางวันทองหนีจากเรือนขุนช้างมาหลบอยู่ด้วยกันในถ้ำนี้

         ผมเดินป่ายปีนตามโขดสิงขรชะง่อนหินขณะแดดจัด เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เหงื่อเปียกโชกจนเสื้อชุ่มน้ำ แล้วพยายามคิดทบทวนเสภาขุนช้างขุนแผนว่ามีบอกไว้บ้างไหม?

         แต่จำทั้งหมดไม่ได้ และเหนื่อยมาก ยืนหอบแฮกๆอยู่หลายหนหลายแฮก เลยต้องเลิกคิด รอจนกลับถึงบ้านจึงเปิดหนังสือเสภาตรวจสอบ

         ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง แล้วพานางวันทองหนีไปเขาพระ มีกลอนเสภาบอกว่า ถึงเขาพระที่เคยเข้ามาไหว้ พระสุกนี่กระไรดังหิ่งห้อย

         ต่อจากนั้นพรรณนาธรรมชาติตามขนบชมดง ชมนก ชมไม้ โดยไม่มีบอกว่าไปเข้าถ้ำบนเขาพระ กลอนเสภามีแต่บอกว่าขุนแผนพานางวันทองไปทางลำน้ำเชิงเขา

         มาถึงเนินผาท่าต้นไทร            น้ำเปี่ยมสระใสสะอาดหนัก

         ที่ธารแก่งแรงไหลมาคักคัก     เป็นชะงักชะง่อนผาน่าสำราญ

         ใกล้เขาพระมีลำน้ำพุหางนาคไหลลงมาจากทิวเขาทางตะวันตก (ต่อเนื่องเขาพระนั่นแหละ) ลงที่ราบเชิงเขา เข้าไปหล่อเลี้ยงคูเมืองอู่ทอง แล้วไหลลงแม่น้ำจระเข้สามพัน

         สมัยแต่งเสภาตอนนี้ น่าจะมีภูมิประเทศตรงตามบทเสภาว่ามีท่าต้นไทร, มีแก่งหิน, มีน้ำไหลตลอดปี ไม่มีบอกว่าเข้าถ้ำตรงไหนเลย

         ขุนแผนไม่ได้พานางวันทองหนีขึ้นบนเขาลูกไหนไปเข้าถ้ำทั้งนั้น ได้แต่พาลัดเลาะอยู่ละแวกป่าดงตีนเขา บางทีก็ไปอาศัยอยู่กับพวกละว้าทำไร่แตง มีกลอนเสภาบอกว่า

         ครั้นถึงเชิงเขาเข้าเขตไร่         เป็นรอยถางกว้างใกล้ไพรระหง

         ที่ตีนเขาเหล่าบ้านละว้าวง      พาวันทองน้องตรงเข้าไร่แตง

         ขุนแผน อาศัยอยู่ในป่าพนาวัน สองคนด้วยกันกับวันทอง จนวันทองท้องโต ด้วยครรภ์นางนับได้เจ็ดเดือนปลาย ก็ออกจากป่าดงเมืองอู่ทอง ไปหาพระพิจิตรที่เมืองพิจิตร ขอให้ช่วยพามอบตัวต่อทางการที่กรุงศรีอยุธยา

         ไม่มีตอนไหนบอกว่าขุนแผนพานางวันทองเข้าถ้ำบนเขาพระ

         มีแต่ชาวบ้านที่อู่ทองขณะนี้พูดกันอึงไป ว่าทางวัดเสียรู้ผู้อ้างตนเป็นด๊อกเตอร์ด๊อกตีน(ขอยืมคำนี้มาจาก อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์) นักวิชาการอาจารย์ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ ขอยืมโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเขาพระโดยอ้างว่าจะไปวิจัยทางวิชาการ แล้วยังไม่คืน

         ยังเล่ากันอีกว่าพากันขุดหาสมบัติบนเขาพระด้วย

         เรื่องอย่างนี้ได้ยินมาว่ามีบ่อยๆ แล้วจะมีอีกเรื่อยๆ ตามลักษณะสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ย่อมอยากได้อยากดีมีมากกว่าคนอื่น หรืออย่างน้อยเสมอคนมีมากกว่า

         ยิ่งสร้างพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในโลกด้วยการเบียดเบียนสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติมากเท่าไร ก็ยิ่งมีการทำลายอย่างอื่นต่อเนื่องมากขึ้นเท่านั้น ไม่มีวันหยุดได้

         พระยิ่งโลภ สังคมก็ยิ่งหลง

รถยนต์เก่ารูปร่างงามมาก จอดเก็บไว้ในโรงหลังคาคลุม ของวัดเขาพระฯ ที่ อ. อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ล่อตา ล่อใจให้มีผู้อ้างตนเป็นนักวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ขอยืมไปวิจัย

if (document.currentScript) {