มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556

 

          “ไม่รู้จะตกมั้ย” ขรรค์ชัย บุนปาน พูดเปรยๆเมื่อผมเดินเข้าไปถึงกลางห้องโถงอาคารมติชน อคาเดมี “ถ้าตกมาก็วุ่นละมึง”

          “ตกอะไรวะ อะไรตก” ผมถามอย่างงงๆงวยๆ เหลียวมองซ้ายทีขวาทีไม่เห็นอะไรเพราะเพิ่งนั่งฝ่ารถติดจากย่านศิริราช บางกอกน้อย ไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ข้ามสะพานพระราม 7 ถึงบริเวณที่จะมีงานสมานมิตร เลยยังไม่ทันตั้งสติ

          “ฝนน่ะซี่ตก เมฆตั้งเค้าครึ้มมาแล้ว” ขรรค์ชัยบอกอย่างขำๆขันๆ

          ตอนนั้น ราว 5 โมงเย็น วันศุกร์ 25 มกราคม 2556 ด้านนอกข้างหน้าอาคารมีเวทีกลางแจ้งกับโต๊ะเก้าอี้เรียงราย ยังไม่มีคนนั่งเพราะยังมากันไม่ถึง ในบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่ผมไม่ได้สังเกตอะไร เมื่อมาถึงก็มัวแต่เตรียมหามุมหลบความวุ่นวายไว้ก่อน

          รุ่งขึ้น วันเสาร์ 26 มกราคม 2556 ขรรค์ชัยให้เจ้าหน้าที่ส่งรถตู้ไปรับส่งผมสำรวจชุมชนคนพวน อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี เพื่อสืบค้นหาบุคคลในรูปถ่ายเก่าราว 50 ปีมาแล้ว จะทำแบบไปจัดแสดงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในศาลามโหสถ (ซึ่งคุณปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม สนับสนุนทุนทำนิทรรศการ)

          ศาลามโหสถ เป็นศาลาร่วมสมัยที่เอกชนคนหนึ่งสร้างด้วยทุนส่วนตัว (ต้องไม่ใช่ผมแน่ที่มีทุนส่วนตัวมากขนาดนี้) เพื่อแบ่งปันข้อมูลข่าวสารความรู้และกิจกรรมทางเลือกตามอัธยาศัยไปตลอดชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่นนั้น และท้องถิ่นทั่วไปทั้งใกล้และไกล

          โดยไม่เป็นห้องสมุด แต่มีห้องหนังสือหลายประเภทให้เลือกอ่านได้ เช่น นิยายวัยหวาน, การ์ตูนต่างๆ, ฯลฯ

          และไม่เป็นมิวเซียม แต่มีจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เช่น คนพวน มาจากไหน? ฯลฯ

          พื้นดินที่ปลูกสร้างศาลามโหสถ ราว 2 ไร่ รูปตัวแอลกลับหัว เป็นพื้นดินดั้งเดิม ไม่ได้ถมสูงเสมอถนนที่ผ่านด้านหน้า ทำให้บริเวณ 2 ไร่มีระดับต่ำกว่าถนน และต่ำกว่าที่ดินติดกันที่ก่อสร้างอาคารห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี

          ศาลามโหสถตั้งอยู่บนพื้นดินต่ำกว่าพื้นที่ข้างเคียงโดยรอบ เสมือนมีฐานะต่ำต้อย ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวและเจียมใจต่อทุกๆฝ่าย

          บริเวณโดยรอบศาลามโหสถปลูกต้นไผ่ที่ปลายอ่อนโน้มลงมาทางโคน แสดงความนอบน้อมต่อผู้คนที่ผ่านไปมาเสมือนผู้เป็นนาย

          ผมเห็นพื้นดินโคนไผ่รอบศาลามีคราบใบไผ่แห้งคล้ายเปียกน้ำมาก่อน เลยไต่ถาม คนที่นั่น ได้ความว่าเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมามีฝนตกหนัก จึงเห็นเป็นคราบน้ำฝนนองไหล

          ได้ยินเท่านั้น เลยคิดถึงคำพูดเปรยๆถึงฝนตั้งเค้าของขรรค์ชัยที่กลางห้องโถงมติชน อคาเดมี ที่แท้แล้วมีฝนตกจริงๆ แต่ไม่ตกในงานสมานมิตร หากตกที่ศาลามโหสถ (อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี)

          ถามชาวบ้านอีกครั้งก็รู้ว่าวันนั้น (เสาร์ 26 ม.ค.) เป็นวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ (เดือน 2) อีกราว 2 อาทิตย์จะย่างเข้าเดือน 3

          พอถึงขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 (ปีนี้ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์) ถ้าตามตำราเก่าของชาวพวนเรียกบุญกำฟ้า คนลาวเรียกบุญเบิกฟ้า หมายถึงงานเลี้ยงผีเลี้ยงพระขอฟ้าเปิดประตูฝนให้ฝนตกลงมา

          ช่วงนี้ชาวบ้านเรียกวันฟ้าไขปักตู(คือท้องฟ้าเปิดประตูน้ำฝน มีฝนตกฟ้าคะนอง) คนภาคกลางเรียกฝนชะช่อมะม่วง, ฝนชะลาน, บางคนเรียกฝนหลงฤดู, ฝนหลงฟ้า

          ทางภูมิศาสตร์เรื่องลมมรสุม เรียกระยะเวลานี้ว่า “ชวงเปลี่ยนฤดู” ทำให้ลมแปรปรวน มีทิศทางไม่แน่นอน

          ถือเป็นช่วงปลายลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (เป็นฤดูหนาว ระหว่างกลางตุลาคม-กลางกุมภาพันธ์) รอเวลาจะเริ่มต้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (เป็นฤดูฝน ระหว่างกลางพฤษภาคม-ปลายกันยายน)

          เมื่อผนวกภาวะโลกร้อน หรือภาวะเรือนกระจก ทำให้ลักษณะอากาศแปรปรวนคลาดเคลื่อน จึงเกิดฝนตกในช่วงเวลาเร็วกว่าปกติ