Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 30 มกราคม 2556

 

          จากการปฏิวัติถึงโลกาภิวัตน์ ความรู้เบื้องต้นการเมืองโลกเชิงวิพากษ์ผ่านสื่อภาพยนตร์ โดย สรวิศ ชัยนาม (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ)

          ผมอ่านแล้วมึนส์ (คืองงมากๆ) แต่มันส์ (คือสะใจมากๆ) ตรงที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่องมากกว่ารู้เรื่อง ส่วนที่คิดว่ารู้เรื่อง ก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่

          ตัวอย่าง คือเรื่องพหุนิยมทางวัฒนธรรม ที่ได้ยินได้ฟังจากนักวิชาการทางมานุษยวิทยามานาน ล้วนเต็มไปด้วยด้านบวก ไม่เคยได้ยินด้านลบ เพิ่งพบในเล่มนี้เป็นครั้งแรก

          ดังมีในบทแรกชื่อ BORAT และความยอกย้อนของแนวคิดพหุนิยมทางวัฒนธรรม

          คำว่าพหุนิยมทางวัฒนธรรม มาจากฝรั่งว่า multiculturalism มีคำอธิบายอยู่ในหนังสือนี้โดยสรุปกว้างๆว่า

          เป็นสภาวะแบบหนึ่งของสังคมสมัยใหม่อันประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีความหลากหลายต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ทัศนะการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน และมีวัฒนธรรมย่อยหรืออัตลักษณ์ต่างกันไป เป็นต้น

          แต่ สลาวอย ชิเชค (ใครก็ไม่รู้ ผมพยายามเปิดหาประวัติย่อว่าเขาคือใครในเล่มนี้ แต่ยังหาไม่พบ) กลับบอกอีกอย่างหนึ่งว่า

          “พหุนิยมทางวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อการแผ่ขยายอำนาจทางจักรวรรดิของระบอบทุนนิยม” (หน้า 43)

          แล้วอธิบายต่อไปอีกยาว ครั้นจะเขียนสรุปก็ต้องผิดพลาดแน่ๆ เนื่องจากยังเข้าไม่ถึงสาระสำคัญ เลยจะคัดมาดังนี้

          พหุนิยมทางวัฒนธรรม คือลัทธิเหยียดทางชาติพันธุ์รูปแบบหนึ่งที่หลอกตัวเองและกลายพันธุ์แบบกลับหัวกลับหางภายใต้การขนานนามใหม่ให้ตัวเอง

          ชิเชคให้เหตุผลว่าการแสดงตัวว่าเคารพและการอดกลั้นต่อวัฒนธรรมที่แตกต่างเป็นเพียงการตอกย้ำความเหนือกว่าของฝ่ายตัวเอง รวมไปถึงการสร้างระยะห่างที่ไม่มีวันเชื่อมกันได้ระหว่าง “เรา” และ “พวกเขา”

          สาระสำคัญที่แท้จริงของหลักความอดกลั้นก็คือ อย่าเข้ามาใกล้ฉันมากเกินไป ดังที่ บราวน์ขยายความไว้ว่า

          “หลักความอดกลั้นเป็นหลักที่ต้องถูกผูกขาดโดยพวกที่มีอำนาจเหนือกว่าเท่านั้น เพราะฉะนั้นมันจึงมีจุดประสงค์เพื่อการครอบงำทางอำนาจอยู่เสมอ แม้ว่าบางครั้งความอดกลั้นอาจอยู่ในรูปของการปกป้องผู้ที่มีอำนาจน้อยกว่าหรือบูรณาการพวกเขาเข้ามาก็ตาม มันก็ยังสะท้อนรูปแบบหนึ่งของการครอบงำทางอำนาจอยู่ดี”

          หลักความอดกลั้นไม่เคยสะท้อนความเท่าเทียมกัน ผู้เหนือกว่าทางอำนาจคือ ผู้ผูกขาดตำแหน่งแห่งความเป็นสากลที่จะอดกลั้นต่ออัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอันหลากหลาย ผู้เหนือกว่าสามารถเลือกที่จะอดกลั้นหรือเคารพอัตลักษณ์ที่เป็นอื่นอันหลากหลายอย่างไม่เท่าเทียมกันได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความอดกลั้นที่ผู้เหนือกว่าวางเอาไว้ (หน้า 50-51)

          ยังไม่หมดแค่นี้ เนื้อหายังมีอีกมาก พหุนิยมทางวัฒนธรรมยังถูกชำแหละอีกบานตะไท แต่สติปัญญาผมเข้าไปไม่ถึง เลยยกมาบอกได้แค่นี้

          เหตุที่ได้อ่านจากการปฏิวัติถึงโลกาภิวัตน์ฯเล่มนี้อย่างมึนส์แต่มันส์ ก็เพราะ “ต้น อติภพ” กับ “ชมพู อุรุดา” หยิบมาให้ยืมอ่าน

          ผมต้องอ่านอีกนานหลายวัน และอาจหลายเดือน จนถึงหลายปี ถึงจะพอพบช่องทางเข้าใจได้บ้าง แล้วส่งคืนหนังสือ ถ้าไปซื้อหาเล่มใหม่ไม่ได้

          ขณะนี้ยังมึนส์ๆอย่างมันส์ๆ เพราะไม่ได้เข้าโรงหนังที่ไหนเลยราว 30 ปีแล้ว เลยจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อเนื้อหาพาดพิงถึงหนังd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);} else {