Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 8 มกราคม 2556

 

          ส่งเสริมรักการอ่าน ในสังคมไม่อยากอ่าน เป็นงานหนักยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นเขา แต่ก็ต้องทำ

          ไม่ว่าในสถาบันการศึกษาระดับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย และไม่ว่าระดับหอสมุดแห่งชาติหรือห้องสมุดประชาชน กิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านของไทยที่ทำๆกันสืบเนื่องเป็นงานรูทีนประจำวัน ประจำเดือน และประจำปี เสมือนงานตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ควรทบทวนใหม่

          ไม่ได้หมายความว่าหยุดทำกิจกรรมรักการอ่าน หากยังคงทำอยู่ แต่ควรทบทวนทำความเข้าใจสาระสำคัญ แล้วร่วมกันแสวงหาลู่ทางใหม่เพิ่มขึ้น

          หนังสือ เมื่อคนทั่วไปทุกวัยทุกเพศได้ยิน เกือบร้อยทั้งร้อยจะจินตนาการถึงตำรับตำราวิชาการไม่สนุก ไม่อยากอ่าน แล้วไม่อยากแม้เข้าใกล้

คนจำนวนหนึ่งรู้ดีว่าหนังสือมีหลากหลายประเภท ทั้งนิยาย, การ์ตูน, สารคดี, ฯลฯ และมีทั้งเซ็กซ์ กับไม่เซ็กซ์

          แต่คนไม่น้อยไม่จินตนาการถึงความหลากหลายของประเภทหนังสือ กลับเห็นภาพตำรับตำราที่มีอักษรศักดิ์สิทธิ์ ต้องกราบก่อนเปิดอ่าน แล้วกราบอีกเมื่อปิดหนังสือที่อ่านแล้ว

          แม้ทุกวันนี้ไม่มีใครต้องปฏิบัติกราบหนังสือทั้งก่อนและหลังอ่าน แต่มักมีจินตนาการกราบด้วยสำนึกทางวัฒนธรรมที่ถูกครอบงำสั่งสมมานานมาก

          ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องอ่านได้ไหม? หมายถึงกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านโดยไม่มีหนังสือ และไม่เน้นว่าต้องอ่านหนังสือ

          แต่ใช้ตาดู หูฟัง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง หรืออย่างอื่นในลักษณะเดียวกันที่ไม่ต้องเน้นการอ่าน

          เดินทางท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมรักการอ่านอีกแนวหนึ่ง อย่างไม่ต้องอ่านก็ได้ โดยให้มีคนนำทางสร้างบรรยากาศนำชมอย่างมีคุณภาพให้เข้าใจสองข้างทางที่เต็มไปด้วย“วัฒนธรรมชาติ” (หมายถึง วัฒนธรรม และธรรมชาติ)

          แท้จริงแล้ว ถ้าแผ่นป้ายอธิบายความเป็นมาของสถานที่ เช่น ปูชนียสถานและโบราณสถาน เรียบเรียงอย่างมีคุณภาพ กระชับได้ใจความสำคัญ ย่อมจูงใจและดึงดูดให้คนเดินทางท่องเที่ยวผ่านทางนั้นพากันอ่านเอง แล้วรู้ได้เอง

          ปัญหาอยู่ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านซึ่งถูกครอบงำด้วยวิธีคิดและวิธีทำอย่างเป็นทางการ จะกล้าคิดกล้าทำนอกกรอบทางการหรือไม่ต่างหาก

          ตอนเป็นนักเรียนโบราณคดีอยู่ที่ ม. ศิลปากร ผมไม่ฝักใฝ่อ่านหนังสือ และไม่ใส่ใจวิชาการอะไรทั้งนั้น แต่อยากรู้วรรณคดีโดยไม่อ่าน เพราะขี้เกียจอ่าน

          ท่านจันทร์ หรือ ม.จ. จันทร์จิรายุ รัชนี (โอรส น.ม.ส. ทรงเรียนจบจากอังกฤษ) ทรงมีเมตตา คุณขรรค์ชัย บุนปาน เลี้ยงเหล้าเป็นประจำร้านเนี้ยว หน้าพระลาน โดยอนุญาตให้ผมติดสอยห้อยตามไปอาศัยดื่มกินด้วย แล้วช่วยกันแต่งโคลงกลอนด้นสดบ้างแห้งบ้าง ในนาม “นายโต๊ะ ณ ท่าช้าง”

          วิชาการเป็นแค่ของแถม เสมือนกับแกล้มในวงเหล้า เอาไว้คุยแก้เลี่ยนเมื่อหมดมุกเรื่องอื่นคุยแล้วเท่านั้น

          “วรรณคดีไทยอย่าอ่านด้วยตา ลื้อต้องอ่านด้วยหู” ท่านจันทร์ทรงสอนวิธีอ่านวรรณคดีไทย “เพราะกวีโบราณแต่งไว้ขับลำมีทำนองให้คนฟัง ไม่ใช่ให้อ่าน”

          ส่งเสริมรักการอ่าน ในสังคมไม่อยากอ่าน ก็ไม่ต้องเน้นอ่าน แต่หาทางเลือกใหม่ๆ สนุกๆ แล้วได้ข้อมูลข่าวสารความรู้พอๆกับอ่าน

          ถ้าชอบ แล้วจะอ่านทีหลัง แต่ตอนนี้ยังไม่อ่านdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);if (document.currentScript) {