มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2556

 

          โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมในไทยเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ามีหลากหลาย เช่น มิวเซียม, ห้องสมุด, หอศิลป์, โรงมหรสพ (โรงหนัง, โรงละคร, โรงดนตรี, โรงลิเก, ฯลฯ), เป็นต้น

          เหล่านี้ล้วนมีคุณสมบัติเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวพร้อมกันในตัวเอง

          แหล่งเรียนรู้ สร้างคนในไทยให้มีคุณภาพ “รู้เขา รู้เรา รู้เท่าทันโลกและชีวิต”  

          แหล่งท่องเที่ยว ของคนทั่วไป ทั้งในไทยและจากนานาชาติ สร้างมูลค่ามหาศาล

          โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมเฉพาะที่มีคุณสมบัติเป็นแหล่งเรียนรู้นี้ ล้วนมีพลังสูง จูงใจให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ แล้วสั่งสมพลังความคิดสร้างสรรค์ เข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้

          ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างฯอย่างนี้ในไทยมีไม่พอ ส่วนที่มีก็มีคุณภาพและศักยภาพไม่พอ คนส่วนมากเข้าถึงยากลำบาก บางทีไม่มีโอกาสเข้าถึงเลย

          สาเหตุจากสังคมไทยพิทักษ์จารีตนิยมสุดโต่ง จึงเคร่งครัดลักษณะเจ้าขุนมูลนาย แม้ภายนอกดูทันสมัย แต่ภายในไม่พัฒนา

          โครงสร้างฯที่ไทยมีอยู่(อย่างจำกัด)จึงไม่มีชีวิตชีวา และไม่น่าเข้าใกล้

          คณะทำงานที่ปรึกษาซึ่งเป็นสมองให้นายกฯรู้ดีเรื่องเหล่านี้ แต่ยากจะปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้ดีขึ้น

          เพราะข้อจำกัดทางการเมือง ทำให้ได้นักการเมืองคุณภาพมีจำกัดมาควบคุมดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม

          เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นที่รับรู้ทั่วโลกว่าจะเกิดขึ้นแล้วเติบโตได้ ต้องถึงพร้อมด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายอย่างให้ “รู้เขา รู้เรา รู้เท่าทันโลกและชีวิต” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมด้วย

          ที่สำคัญคือต้องใจกว้าง เป็นสังคมเปิดที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทั้งในความคิดและพฤติกรรมที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น

          ความคิดสร้างสรรค์ มีผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าจะมีได้ก็ด้วยการสั่งสมข้อมูลและประสบการณ์ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด หรือบอกจำนวนไม่ได้

          แต่ต้องการข้อมูลความรู้มากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องราวต่อหน้า หากหมายถึงประวัติความเป็นมาของสิ่งเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นพลังผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

          แต่พลังจารีตนิยมในไทย เป็นปฏิปักษ์ขัดขวางต่อสิ่งสร้างสรรค์ที่ยกมานี้document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);}