มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2556

 

          บริเวณที่เรียกขานกันว่าเกาะกรุงรัตนโกสินทร์และพื้นที่ต่อเนื่อง มีสิ่งก่อสร้างหลายแห่งล้วนเป็นโบราณสถานมีค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม

          จึงมีคณะกรรมการและอนุกรรมการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามแบบแผนและแนวทางสงวนรักษาโบราณสถานและภูมิทัศน์ที่กำหนด

          เช่น ห้ามรื้อถอนดัดแปลงภายนอกอาคารเก่า, ห้ามสร้างอาคารใหม่สูงเกินกว่าที่กำหนด, อาคารบางแห่งต้องรื้อถอนออกไป เพราะบดบังทัศนียภาพ, ฯลฯ

          มีที่ทำการกระทรวงทบวงกรมหลายแห่ง เช่น กลาโหม, พาณิชย์ ฯลฯ ต้องย้ายออกไปอยู่แห่งใหม่ แล้วมอบอาคารเก่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม

          ม. ธรรมศาสตร์ ย้ายการเรียนการสอนเกือบหมดไปอยู่รังสิต

          แม้โรงละครแห่งชาติ ก็มีโครงการย้ายไปอยู่ที่ใหม่

          ตลาดท่าเตียนที่เคยคึกคัก ก็ถูกแช่แข็งเงียบหงอยลงไปเรื่อยๆ แล้วเคยมีโครงการดัดแปลงเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง

          ผมไม่ประหลาดใจที่เคยได้ยินข่าวนานนับสิบปีมาแล้วว่าจะสร้างอาคารศาลฎีกาขึ้นใหม่ เพราะมั่นใจว่าถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ในแบบแผนและแนวทางของเกาะกรุง

          ครั้นอ่านจดหมายเปิดผนึกฯ (21 ธ.ค. 2555) ถึงโฆษกศาลยุติธรรม, อธิบดีกรมศิลปากร, และผู้สนใจ มี 4 หน้า ของ อ. ชาตรี ประกิตนนทการ (คณะสถาปัตย์ ม. ศิลปากร) ที่มีผู้เมตตาปริ๊นต์มาให้อ่าน (เพราะผมใช้เทคโนโลยีอย่างนี้ไม่เป็น) ผมก็ไม่ประหลาดมหัศจรรย์ใจอะไรเหมือนเดิม

          เพราะโครงสร้างอำนาจของไทยยังไม่ถูกปฏิรูปอย่างแท้จริง ตามที่คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) เสนอไว้ตั้งแต่รัฐบาลก่อน จะคัดมาดังนี้

          “ความอยุติธรรมหรือการถูกเลือกปฏิบัติจากโครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ได้สร้างสภาวะความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เท่าเทียมกันในทุกด้าน จนทำให้อำนาจต่อรองของผู้คนต่างๆในสังคม ที่จะปกป้องสิทธิ เสรีภาพ หรือบรรลุความเท่าเทียมกันเป็นไปได้ยาก

          โครงสร้างความอยุติธรรมหรือความเหลื่อมล้ำดังกล่าว คือความรุนแรงที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้

          ความล้มเหลวของประเทศดังที่กล่าวมานี้ คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) เห็นว่าจำเป็นต้องค้นหาปัญหาที่เป็นเงื่อนปมสำคัญสุด ซึ่งเป็นรากเหง้าที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา และลงความเห็นว่าความเหลื่อมล้ำอย่างสุดขั้วในทุกด้าน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นแกนกลาง อันก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างด้านอื่นๆตามมาอีกมาก การปฏิรูปจึงควรจัดการกับปัญหานี้เป็นหลัก”

          แต่ยังไม่ทันลงมือจัดการปัญหาหลักดังกล่าว ความเหลื่อมล้ำจึงอุบัติขึ้นบนเกาะกรุงรัตนโกสินทร์d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);