มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2555

 

          “ละครใน ผู้หญิงล้วน, ละครนอก ผู้ชายล้วน” เป็นคำอธิบายมีปัญหา เพราะยึดจารีตละครยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปอธิบายละครยุคอยุธยา หรือก่อนนั้น

          อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ มองเห็นปัญหานี้ จึงบอกไว้ในหนังสือปากไก่และใบเรือ ว่า

          “งานศึกษาอันมีประโยชน์และคุณค่าอย่างสูงของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเรื่องตำนานละครอิเหนา ช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาของละครอย่างมาก

          แต่ก็มีข้อบกพร่องที่สำคัญคือทรงอาศัยจารีตของละครในต้นรัตนโกสินทร์เป็นพื้นฐานของการวินิจฉัยพัฒนาการของละครมากเกินไป จนทำให้ข้อวินิจฉัยเหล่านั้นดูเหมือนจะสับสนและคงจะคลาดเคลื่อนจากความจริงไปได้”

          ที่จริงนี่เป็นประเด็นปลีกย่อยของเรื่องวัฒนธรรมกระฎุมพีกับวรรณกรรมต้นรัตนโกสินทร์ในหนังสือปากไก่และใบเรือ

          แต่ผมเพิ่งอ่านพบในฟ้าเดียวกัน (ฉบับกรกฎาคม-ธันวาคม 2555) จากข้อเขียนเรื่อง ประวัติศาสตร์หลัง 6 ตุลา : การตอบรับของสังคมไทยต่อปากไก่และใบเรือ ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ โดย คริส เบเกอร์ (สายชล สัตยานุรักษ์ แปล) ว่ามีผู้โต้แย้งกรณีวรรณกรรมสองชนชั้นที่ อ. นิธิอธิบาย แล้วพาดพิงถึงละครใน ละครนอก ว่า

          “ละครนอกกับละครในมิได้แตกต่างกันมาก ละครในราชสำนักแสดงโดยผู้หญิงก็เพราะในราชสำนักมีผู้หญิงจำนวนมาก ขณะที่ละครของประชาชนเล่นโดยผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงสามัญชนต้องทำงานแทบทุกอย่าง ส่วนผู้ชายมีเวลาว่างมากในระยะที่ไม่ต้องเข้าเวรในระบบไพร่”

          แท้จริงแล้วละครนอกมีหลักฐานยุคอยุธยา ว่าเป็นละครชาวบ้าน(มีก่อนละครในนับพันๆปี)ที่เล่นด้วย“ชายจริง หญิงแท้”ทั้งนั้น ไม่เคยพบหลักฐานว่ามีกฎกติกาให้เล่นด้วยชายล้วน

          เว้นเสียแต่หาผู้หญิงจัดจ้านมาเล่นไม่ได้ ก็ต้องให้ผู้ชายแต่งหญิงเล่นแทน (ซึ่งมีเป็นปกติจนไม่นานมานี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช และครูเสรี หวังในธรรม ก็เคยเล่นเป็นนางมณฑาลงกระท่อมในละครนอกเรื่องสังข์ทอง) เลยเข้าใจผิดไปว่าละครนอกเป็นชายล้วน

          ส่วนละครใน(และระบำ)เล่นด้วยชาววังหญิงล้วนซึ่งล้วนเป็นตระกูลผู้ดี (มีระบุในอนิรุทธคำฉันท์) ที่เป็นนางในของพระเจ้าแผ่นดิน

          ความแตกต่างอย่างสำคัญมากๆระหว่างละคร 2 อย่าง คือ

          ละครใน รำเอง ไม่ร้องเอง ต้องมีคนร้องแทน(เหมือนโขน) เพราะร้องเองไม่ได้ เนื่องจากทำนองร้องยุ่งยากซับซ้อนเกินไป และส่วนมากรูปร่างหน้าตาดี แต่เสียงไม่ดี

          ละครนอก รำเอง ร้องเอง ง่ายๆ สั้นๆ เน้นบทพูดเจรจาตลกคะนองสองง่ามสามแง่ (เป็นต้นแบบลิเก ที่เริ่มจากแขกมลายู แต่ถูกปรับให้เล่นอย่างละครนอก)

          ทุกวันนี้เรียกละครชาตรี หรือละครแก้บน มีเล่นประจำที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กรุงเทพฯ และมีบ้างที่วัดมหาธาตุ เพชรบุรี กับวัดโสธร ฉะเชิงเทรา

          ปัจจุบันคนมักไม่รู้ว่าละครชาตรีกับละครแก้บนเหล่านั้นแท้จริงคือละครนอกดั้งเดิม เพราะโดยทั่วไปยึดแบบแผนละครนอกกรมศิลป์ที่เล่นโน้มไปทางละครใน เนื่องจากฝึกคนเล่นไม่ได้ เพราะหญิงแท้เล่นไม่ออก

          คนทั่วไปเลยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าละครนอกไม่มีอะไรต่างจากละครใน}