มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2555

 

          ปากไก่และใบเรือ หนังสือของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527 ครั้งนั้นผมอ่านอย่างเอร็ดอร่อยจบทั้งเล่มในพริบตา

          ความเอร็ดอร่อยทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่เนื้อหาอธิบายให้เห็นลักษณะสังคมวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์และในประวัติวรรณกรรม ที่ผมไม่เคยพบมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยและในประวัติวรรณกรรมไทย

          เมื่อพิมพ์ซ้ำครั้งต่อๆมาอีก ผมก็ซื้อหามาอ่านซ้ำอีก โดยไม่เคยรู้คิดหรือได้ยินได้ฟังจากใครๆมาก่อนเลยว่าหนังสือเล่มนี้เป็นงานวิวาทะทางวิชาการ

          กระทั่งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันพิมพ์ครั้งที่ 4 เมื่อธันวาคม 2555 ล่าสุดวางขายขณะนี้ ถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเอง “โง่ขนาด” เมื่ออ่านคำนำสำนักพิมพ์มีความว่า

          “งานเขียนชิ้นนี้เป็น ‘วิวาทะ’ กับงานเขียนประวัติศาสตร์ ‘สกุลฉัตรทิพย์ นาถสุภา และคณะ’

          ขณะที่งานเขียนของฉัตรทิพย์และคณะเสนอว่า เศรษฐกิจสยามก่อนลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริ่งในปี พ.ศ. 2398 นั้นเป็นเศรษฐกิจแบบยังชีพ การค้ายังไม่มีความสำคัญมากเนื่องจากถูกผูกขาดโดยราชสำนัก

          งานของนิธิชิ้นนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของการค้าพาณิชย์ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงด้าน ‘โลกทรรศน์’ ของผู้คนในยุคนั้นด้วย ดังปรากฏหลักฐานในตัวบทวรรณกรรมประเภทต่างๆ”

          เลยต้องอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง ถึงรู้ว่าการค้าเสรีมีแล้วตั้งแต่แผ่นดิน ร.3 ไม่ใช่เพิ่งมีเมื่อสมัย ร.4 หลังสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ตามที่นักวิชาการประวัติศาสตร์เศรษฐกิจพูดกันแพร่หลายก่อนหน้านี้

          อ. นิธิ แสดงหลักฐานให้เห็นว่า ใน ร.2 รัฐบาลมิได้ผูกขาดสินค้าสำคัญทุกชนิด เพียงแต่ผูกขาดสินค้าที่ใช้บรรทุกในสำเภาหลวงจำนวนมากเท่านั้น แต่มีสินค้าขายดีในตลาดนอกประเทศอีกหลายอย่างที่มิได้ถูกผูกขาด

          ใน ร.3 นโยบายผูกขาดสินค้าถูกยกเลิกไป มิใช่เพราะการบีบบังคับของอังกฤษ เพราะนับแต่วันแรกที่ขึ้นครองราชย์ ก็ได้ประกาศยกเลิกผูกขาด และปล่อยให้มีการค้าเสรี

          แต่บรรยากาศการค้าเสรีเริ่มเสื่อมลงในปลายรัชกาล เพราะรัฐบาลหันกลับมาผูกขาดสินค้าใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเริ่มผูกขาดน้ำตาล ซึ่งเป็นสินค้าออกที่สำคัญในขณะนั้น แต่ยังอธิบายไม่ได้ว่าเหตุจากอะไร?

          สาระสำคัญอย่างนี้ ลำพังสติปัญญาของผมเองศึกษาตามไม่ทัน เว้นเสียแต่จะมีผู้ชี้แนะให้ถึงจะอ่านตามได้ห่างๆ ซึ่งก็ไม่ทันอยู่ดี

          ถึงกระนั้นก็ขอบอกผู้ใฝ่รู้ที่มีเล่มนี้อยู่แล้วตั้งแต่พิมพ์ครั้งก่อน ให้หาเล่มที่ฟ้าเดียวกันพิมพ์ใหม่มาอ่านใหม่ หรือเก็บไว้อีกเล่มหนึ่ง

          เพราะเขาเพิ่มเนื้อหาประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ในพระราชพงศาวดารอยุธยา (ที่เคยพิมพ์เป็นเล่มต่างหากมาก่อนแล้ว) พร้อมดรรชนีดีเยี่ยมกระเทียมดองไว้ด้วย