มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2555

 

          ความเป็นไทย และวัฒนธรรมไทย เช่น โขน ละคร ดนตรีไทย ฯลฯ มีคำอธิบายของทางการไทยว่าเป็นงานศิลปะบริสุทธิ์แท้ๆ ไม่เกี่ยวข้องสังคมการเมืองการปกครอง

          ครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาน้อมรับคำอธิบายของทางการไทยมาครอบงำนักเรียนนักศึกษาอีกทอดหนึ่ง สืบต่อกันมาจนปัจจุบันได้เกือบร้อยปีแล้ว

          แต่ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น (ศิลปินร่วมสมัยด้านการแสดง จบปริญญาตรีสาขานาฏศิลป์ จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เปิดแสดงระบำรำเต้นร่วมสมัย ตีความใหม่ชุดพระคเณศร์เสียงา) คิดต่างจากทางการไทย

          ว่างานศิลปะล้วนรับใช้การเมืองการปกครองและสังคมตามยุคตามสมัยของศิลปะนั้นๆ มีบอกไว้ใน จุดประกาย Talk (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555) ดังนี้

          “คนที่ไม่ตีความศิลปะควบคู่กับการเมืองการปกครอง ผมถือว่าเป็นคนผิดปกตินะ

          สิ่งใดๆ มันไม่ได้เกิดขึ้นมาด้วยตัวเอง งานศิลปะมันสะท้อนการเมืองการปกครองและศาสนาทั้งนั้น อยู่ที่ว่ามันอยู่ในช่วงเวลาไหน

          งานศิลปะมันเกิดมาเพื่อรับใช้ศาสนา และมันเกิดขึ้นรับใช้ระบอบกษัตริย์ทั้งโลกทั้งนั้น (ภายหลัง) ปัจจุบันมันจึงเปลี่ยนแปลงมารับใช้ศักดินาและทุนนิยม ปัจจุบันมาเปลี่ยนรับใช้ประชาชนทั่วไป ดังที่เห็น ใครๆก็มีสิทธิเป็นดาราได้

          ศิลปะโมเดิร์น มันเปลี่ยนแปลงจากแบบประเพณี มีวิธีการเล่าเรื่องแบบใหม่ ไม่ต้องเปิดเรื่องด้วยพระเอกนางเอก เสื้อผ้าก็เปลี่ยนไป คล่องตัว

          การใช้เพลงประกอบก็ต่างไปจากยุคประเพณี ไม่ต้องติดกับวิธีเดิมที่ต้องเรียงต่อเพลงนี้กับเพลงนี้ ทุกอย่างกระชับและรวดเร็ว ตอบสนองการเคลื่อนตัวของสังคมแบบอุตสาหกรรม”

          ความคิดของพิเชษฐ์ไม่ได้มีขึ้นลอยๆบนความว่างเปล่า แต่พิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานที่ทางการเก็บครอบครองไว้ในพิพิธภัณฑ์นั่นแหละ

          ร้องรำทำเพลง หรือเรียกตามคำของทางการว่าดนตรีและนาฏศิลป์ มีกำเนิดจากการละเล่นเนื่องในศาสนาผี เพื่อความมั่งคั่งและมั่นคงของชุมชนยุคดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิอุษาคเนย์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

          โดยมีพยานหลักฐานครบถ้วนเป็นลายเส้นบนภาชนะสัมฤทธิ์พบที่เวียดนามและกวางสีของจีน กับภาพเขียนสีบนเพิงผาและผนังถ้ำทั้งในไทยและที่อื่นๆในอุษาคเนย์

          หลังรับศาสนาพราหมณ์-พุทธจากอินเดีย ประเพณีร้องรำทำเพลงเนื่องในศาสนาผีดั้งเดิมก็ยังดำรงอยู่สืบมา

          แต่บางส่วนถูกปรับเปลี่ยนเป็นดนตรีและนาฏศิลป์ในราชสำนักที่เพิ่งมีขึ้น โดยประสมประสานเข้ากับศาสนาพราหมณ์-พุทธและคัมภีร์จากอินเดีย เช่น รามายณะ ให้เป็นรามเกียรติ์ เพื่อผลทางการเมืองการปกครองของรัฐที่มีขึ้นตามแบบแผนใหม่รับจากอินโด-เปอร์เซีย

          สืบจนปัจจุบันก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เพิ่มภาระเพื่อหารายได้การท่องเที่ยวด้วย

          ความเป็นไทยและวัฒนธรรมไทยถูกสร้างขึ้นใหม่โดยคนชั้นนำของทางการไทยที่สวนทางกับหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี เมื่อสร้างขึ้นแล้วก็แช่แข็งสืบมาจนบัดนี้

          ส่งผลให้บรรดาคนที่ถูกครอบงำขาดความคิดสร้างสรรค์ แล้วอนุรักษ์สุดโต่งโดยไม่รู้จักและไม่เข้าใจพัฒนาการ

          ใครอยากรู้ว่าเป็นยังไงให้ไปดูได้ที่สังคีตศาลา ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์

          รมต. วัฒนธรรม อยากรวมงานท่องเที่ยวเข้ากับงานวัฒนธรรม ควรไปดูการแสดงที่สังคีตศาลาด้วยตนเอง เพื่อสำรวจตรวจสอบประสิทธิภาพของคนใน วธ. ว่าพร้อมจะผลักดันวัฒนธรรมให้ไปด้วยกันกับการท่องเที่ยวได้แน่หรือ?

          บรรยากาศของภูมิสถานแวดล้อมสังคีตศาลา ตลอดจนทุนทางวัฒนธรรมคับคั่งทางการละเล่นและการแสดงของอุษาคเนย์ ที่ควรบริหารจัดการให้เป็นแหล่งการแสดงมีค่าทั้งด้านอนุรักษ์และสร้างสรรค์สู่อนาคตอย่างสนุกสนานของอาเซียนได้ เช่น การแสดงของคุณพิเชษฐ์เป็นตัวอย่าง

          แต่ทุกวันนี้ ก. วัฒนธรรมยังมองไม่เห็น และยังทำไม่เป็น

          ถ้า รมต. วัฒนธรรมจะดึงการท่องเที่ยวมารวมกับงานวัฒนธรรมจริงๆ ต้องกล้าแสดงฝีมือให้เห็นเป็นที่ยอมรับประสิทธิภาพสู่ระดับสากลโลก ซึ่งมีตัวอย่างสำคัญๆหลายงานผ่านมา เช่น พิธีเปิดกีฬาโอลิมปิคที่ลอนดอน เป็นต้น

          แม้ไปไม่ถึง ก็เอาแค่เฉียดๆก็ได้}