มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555

 

           เมื่อพระลบจะลับเหลี่ยมหลังคาตึกรามทั้งหลายในกรุงเทพฯเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ก่อนโน้น ผมตั้งใจไปดูการแสดงที่สังคีตศาลา บริเวณสนามหญ้าพิพิธภัณฑ์พระนคร โดยไม่รู้มาก่อนว่ามีงานรำลึกรัตนโกสินทร์ 230 ปี

           ครั้นไปถึงเห็นคนแต่งตัวแปลกๆ ประหลาดๆ ผมไม่กล้ามองด้วยตื่นกลัวคนพวกนั้น เลยเลี่ยงไปที่อื่น จนพบผู้มีเมตตาพาไปดูซากอิฐวังหน้า ที่นักโบราณคดีขุดค้นไว้ตรงสนามหญ้า หลังศาลาสำราญมุขมาตย์

           แต่ยังขุดค้นไม่มากและไม่กว้างพอ เลยยังบอกไม่ได้ว่าแนวอิฐที่จมในดินเป็นอาคารอะไรสมัยวังหน้ายังมีชีวิต

           การขุดค้นวังหน้าที่ลงมือแล้ว แต่ชะลอไว้ เป็นโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เฉพาะบริเวณที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งหน่วยงานราชการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โรงละครแห่งชาติ, และวิทยาลัยนาฏศิลป์ (ที่เปลี่ยนเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) บริเวณวัดพระแก้ว วังหน้า

           โครงการนี้ถ้าจะทำกันจริงๆแล้วเป็นงานใหญ่มหึมามโหฬารพันลึกกึกก้อง เกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับความเป็นกรุงเทพฯและประเทศไทย ซึ่งต้องมีอย่างอื่นด้วยดังนี้

           1. ต้องมีโครงการสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบนสถานที่ใหม่ เช่น บริเวณสนามม้านางเลิ้ง ฯลฯ หรือที่ดีกว่านี้ เหมาะสมกว่านี้ก็ได้

           2. เมื่อย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก็ยกที่เดิมทั้งหมดเป็นมิวเซียมวังหน้า (จะสมมุตินามอย่างอื่นก็ตามใจ)

           ที่เดิมซึ่งเคยเป็นวังหน้า ยังเหลืออะไรบ้าง? มีบอกในเอกสารโครงการฯ ของกรมศิลปากร จะคัดมาให้ช่วยกันพิจารณาดังนี้

           “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โรงละครแห่งชาติ และวิทยาลัยนาฏศิลป์ เป็น 3 หน่วยงาน ในสังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในพื้นที่บางส่วนของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า ซึ่งยังปรากฏอาคารสิ่งก่อสร้างสำคัญอยู่ คือ

           หมู่พระวิมาน (พระที่นั่งวสันตพิมาน พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พระที่นั่งพรหมเมศรังสรรค์ พระที่นั่งพรหมพักตร์ ท้องพระโรงหลัง พระที่นั่งอุตราภิมุข พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข พระที่นั่งบูรพาภิมุข พระที่นั่งทักษิณาภิมุข), พระที่นั่งสุทธาสวรรย์, พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน, โบสถ์วัดพระแก้ววังหน้า (วัดหลวงชี), พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์, ทิมคด หรือทิมมหาวงศ์, และสิ่งก่อสร้างประกอบอื่นๆ เช่น เขาแก้ว (เขามอ) หอพระ ฯลฯ

           นอกจากนั้นยังมีซากสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นโบราณสถานประเภทภูมิทัศน์โบราณและอื่นๆ จมอยู่ใต้ดินอีกเป็นจำนวนมาก

           หากเห็นความสำคัญดังบอกมาข้างต้นแล้ว บริเวณพิพิธภัณฑ์, โรงละคร, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ส่วนที่เดิมทั้งหมดต้องยกเป็นมิวเซียมวังหน้า

           แต่ปัญหาขณะนี้ คือ

           1. ยังไม่มีโครงการสร้างใหม่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แต่ลงมือขุดค้นวังหน้าหลุมแรกไปแล้ว

           ซึ่งควรทำอย่างยิ่ง แม้ยังไม่มีโครงการสร้างใหม่ และควรทำอย่างนี้ตั้งแต่ยุคก่อนหน้านี้นานมาแล้วด้วยซ้ำไป เหมือนทำกับที่อื่นๆ หรือมีกฎหมายบังคับให้ที่อื่นๆ ทั้งราชการและเอกชนต้องทำเมื่อจะสร้างอาคารใหม่ทับโบราณสถานที่อยู่ใต้ดิน

           มีกรณีตัวอย่างเร็วๆนี้ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อกำลังก่อสร้างอาคารใหม่แล้วพบว่ามีซากเรืออยู่ใต้ดินบริเวณที่เคยเป็นวังหลังมาก่อน ก็ต้องชะลอก่อสร้าง ให้นักโบราณคดีเข้าไปขุดค้นตรวจสอบก่อน

           2. โรงละคร มีโครงการอยู่แล้วจะย้ายไปสร้างที่ใหม่ แต่ยังหาที่ใหม่ไม่ได้

           3. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีมติให้ย้ายไปอยู่ศาลายาซึ่งสร้างอาคารใหม่ไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ยอมย้ายไปทั้งหมด ผู้บริหารระดับสูงมีปัญหาดื้อแพ่งไม่ยอมปฏิบัติตามที่มีมติตกลงกันไว้ในที่ประชุม ซึ่ง รมต. วัฒนธรรมต้องจัดการให้สำเร็จโดยเร็วด้วย

           สรุปโดยรวมว่ากรณีขุดค้นทางโบราณคดีที่วังหน้าไว้แล้วกลางพิพิธภัณฑ์ ก็ควรสร้างบรรยากาศแบ่งปันเผยแพร่ความรู้อย่างรื่นรมย์เรื่องวังหน้า ให้สาธารณชนเข้ามามีส่วนร่วมทักท้วงถกเถียงกันว่าซากที่เห็นจะเป็นอะไรได้บ้าง? แล้วควรทำอย่างไรต่อไป? ฯลฯ

           ซึ่งเท่ากับเชิญชวนให้คนเข้าชมบริเวณวังหน้าและพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์สมตามที่ รมต. และปลัดฯ ก. วัฒนธรรมคนปัจจุบัน เคยบอกไว้}