มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม 2555

 

          ตำนานเรื่องพระยาแกรก ในพงศาวดารเหนือ เป็นวรรณกรรมแสดงสัญลักษณ์ความขัดแย้งระหว่างศาสนาพราหมณ์และพุทธมหายานที่มีมาแต่เดิม กับพุทธเถรวาทจากลังกาที่แผ่เข้ามาใหม่

          ผมเขียนเล่าไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (ฉบับวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2555) ว่าผลคือเถรวาทจากลังกาเป็นฝ่ายชนะ แล้วรุ่งเรืองสืบเนื่องมาถึงทุกวันนี้

          โดยบอกว่าพระยาโคตรตะบองเป็นสัญลักษณ์ของขอม ผู้นับถือพราหมณ์และพุทธมหายาน ส่วนพระยาแกรก เป็นสัญลักษณ์ของผู้นับถือพุทธเถรวาทจากลังกาที่แผ่เข้ามาใหม่

          แต่อธิบายคลุมเครือ จึงมีผู้ข้องใจว่าพระยาแกรกเป็นสัญลักษณ์ของเถรวาทยังไง?

          เรื่องนี้ผมเคยเขียนอธิบายไว้ในหนังสือคนไทย มาจากไหน? (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548 หน้า 263-270) จะคัดสรุปมาอีกที จะได้แบ่งปันแลกเปลี่ยนแล้วทักท้วงถกเถียงกันได้อีกเรื่อยๆไม่ต้องมีข้อยุติ

          ราว พ.ศ. 1890 มีโรคระบาดขนาดใหญ่เรียกกาฬโรค เป็นเหตุให้คนตายจำนวนมาก โดยเฉพาะคนในสังคมเมือง บางแห่งเมืองร้างไปก็มี ดังนิทานตำนานเมืองนครศรีธรรมราช, ตำนานเมืองอู่ทองที่สุพรรณบุรี เป็นต้น

          ส่งผลให้บ้านเมืองและรัฐรุ่นเก่าที่เกิดวิกฤตมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ แต่ที่สำคัญคือคนกลุ่มใหม่มีอำนาจขึ้นเป็นชนชั้นปกครองแทนคนกลุ่มเก่า

          คนกลุ่มใหม่ ยกย่องพุทธศาสนาเถรวาทจากมอญแทนที่ฮินดู และมหายานของเขมรที่มีอำนาจมาก่อน

          เถรวาทของคนกลุ่มใหม่อธิบายการเมืองการปกครองในความหมายใหม่ เปิดช่องให้ผู้มีบุญ ที่แม้จะเป็นสามัญชนก็ขึ้นเสวยราชย์เป็นพระราชาได้ เรียกสมมติราช ดังมีในอัคคัญสูตร แล้วถูกนำไปดัดแปลงแต่งเป็นโองการแช่งน้ำ

          ลักษณะของสามัญชนผู้มีบุญ คือมักทำบุญให้ทาน ซึ่งมีอยู่ในพงศาวดารเหนือ อันเป็นเอกสารยุคกรุงศรีอยุธยา ที่บันทึกความเป็นมาของบ้านเมืองบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายุคอโยธยา-ละโว้ เช่น เรื่องพระยาแกรก, เรื่องพระเจ้าสายน้ำผึ้ง ฯลฯ

          อีกลักษณะหนึ่งเป็นเศรษฐีพ่อค้ามั่งคั่งแล้วทำบุญมาก จึงเป็นผู้มีบุญตามคติเถรวาท ก็ได้เป็นพระราชา มีเล่าไว้ในพงศาวดารเหนือเรื่องท้าวอู่ทอง

          นอกจากนั้นยังมีคำบอกเล่าครั้งต้นกรุงศรีอยุธยา ที่วันวลิตบันทึกว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นโอรสเลี้ยงของจักรพรรดิจีน แล้วถูกเนรเทศมาจากเมืองจีนโดยเรือเลียบชายฝั่งเข้าอ่าวไทย ทำมาค้าขายทางทะเลจนมั่งคั่ง สร้างบ้านแปลงเมืองต่างๆ แล้วสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้น

          ขอให้สังเกตด้วยว่านิทานตำนานพระเจ้าอู่ทองทุกแห่ง ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเป็นพ่อค้า ไม่ค้าสำเภาทางทะเลก็ค้าเกวียนทางบก จนได้เป็นพระราชา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเถรวาทเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าสืบมาจนทุกวันนี้

          ย่อมเป็นร่องรอยอย่างดีชี้ให้เห็นลักษณะพ่อค้าเศรษฐีใจบุญ ได้รับยกย่องขึ้นเป็นพระราชาได้(ในทัศนะของเถรวาท) เรียกสมมติราช หรือธรรมิกราช หมายถึงเป็นราชาโดยฝูงชน แต่งตั้งสมมติขึ้นตามคติทางพุทธศาสนา ดังมีในคำยอพระเกียรติว่า อเนกนิกรสโมสรสมมติ

          เถรวาทยกย่องผู้มีบุญ เพราะทำบุญไว้มาก แม้เป็นคนเข็ญใจ ก็เป็นพระราชาได้ มีนิทานอยู่ในพงศาวดารเหนือบอกว่า พระยาแกรกเดิมเป็นลูกวณิพกพิการ ถือกะลาขอทานกลางถนนในตลาด เมื่อพบพระพุทธเจ้าบิณฑบาต ก็เอาข้าวที่ขอทานในกะลาใส่บาตรด้วยมืออันเน่าห้อยอยู่ และนิ้วมือนั้นขาดลงในบาตรพระพุทธเจ้า พระยาแกรกซึ่งเป็นลูกชายวณิพกพิการคนนี้ ได้อานิสงส์จากบุญกุศลของพ่อ จึงได้เป็นพระราชา

          ด้วยเหตุนี้เองรัฐในยุคนั้นจึงเปลี่ยนมารับนับถือพุทธเถรวาทจนเกือบหมดทั้งสุวรรณภูมิ เพราะเปิดช่องให้พ่อค้าและขุนนางสามัญชนเป็นพระราชา พระยาแกรกจึงเป็นสัญลักษณ์ของเถรวาทdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);