มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2555

 

           ยืนแอบฟังเพลง(ที่บรรเลงงานสังคีตศาลา)จากวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร อยู่นอกรั้วพิพิธภัณฑ์ ริมถนนข้างสนามหลวง เชิงสะพานปิ่นเกล้า เมื่อตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทบทวนถึงพระเจนดุริยางค์ กับเพลงต่างๆ

           เพลงศรีอยุธยา เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก (ท่านปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้อำนวยการสร้างและเขียนบทเมื่อ พ.ศ. 2484)

           พระเจนดุริยางค์ แต่งเพลงศรีอยุธยา โดยบอกว่าเรียบเรียงขึ้นใหม่จากทำนองโบราณในคริสต์ศตวรรษที่ 17

           แต่นักค้นคว้าสมัยหลังตีความว่าพระเจนดุริยางค์ได้ทำนองจากเพลงสายสมรยุคอยุธยา ที่มีโน้ตอยู่ในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่เข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ฯ

           แล้วบอกกันต่อๆมาอีกว่าสายสมรเป็นต้นเค้าเพลงสรรเสริญพระนารายณ์บ้าง หรือเป็นต้นเค้าเพลงสรรเสริญพระบารมีบ้าง

           โน้ตเพลงสายสมรที่แทรกอยู่ในหนังสือจดหมายเหตุลาลูแบร์ไม่ใช่ทำนองดนตรี แต่เป็นทำนองร้อง (ซึ่งมีคำร้องสะกดด้วยอักษรฝรั่งกำกับด้วย) แล้วยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเนื้อร้องและทำนองร้องเพลงสายสมรจริงหรือไม่?

           แต่ที่สำคัญคือการบันทึกโน้ตเพลงของฝรั่งยุโรปยุคนั้น เป็นแค่หวังอวดของแปลกๆ ประหลาดๆ มหัศจรรย์ที่พบในดินแดนลี้ลับ ล้าหลัง ห่างไกลจากยุโรป ให้คนอ่านที่เป็นชาวยุโรปตื่นเต้นสนุกสนานเท่านั้น ไม่ได้จดบันทึกจริงจังอะไร

           “สมเด็จครู” เจ้าฟ้านริศ เคยทรงมีลายพระหัตถ์ประทานพระยาอนุมานราชธน (เมื่อ พ.ศ. 2484) ว่า“ไม่ใช่เพลงสรรเสริญ” ไม่ว่าสรรเสริญพระนารายณ์ หรือสรรเสริญบารมี

           อติภพ ภัทรเดชไพศาล (ผู้เขียนหนังสือชื่อ“เสียงของความเปลี่ยนแปลง” รวมบทความเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคและดนตรีป๊อป ภาพสะท้อนของการเมือง สังคม และวัฒนธรรมในเสียงดนตรี ซึ่งกำลังวางตลาดขณะนี้) เคยเขียนอธิบายโน้ตเพลงสายสมรว่าเป็นบันทึกที่ผิดพลาด จึงมีลักษณะตะกุกตะกัก และวิ่นๆแหว่งๆ ส่วนเพลงศรีอยุธยา ของพระเจนดุริยางค์ อติภพอธิบายว่า

           “พระเจนดุริยางค์ได้เรียบเรียงขึ้นใหม่ให้วงออร์เคสตราบรรเลงในลักษณะเดียวกับดนตรีประกอบหนังฮอลลีวูดทั่วๆไปในขณะนั้น (ซึ่งหมายถึงมีการเรียบเรียงเสียงเครื่องดนตรีในลักษณะดนตรียุคโรแมนติคตอนปลาย)

           โดยยึดทำนองหลักๆ ที่ปรากฏอยู่ในโน้ตเพลงสายสมรและดัดแปลงแก้ไขโน้ตบางส่วนที่ในฉบับจริงดูเหมือนจะขาดๆเกินๆ และปรับสัดส่วนของตัวโน้ตในหลายๆแห่งให้ท่วงทำนองฟังดูมีจังหวะจะโคนชัดเจนมากขึ้นในบุคลิกแบบดนตรีตะวันตก”

           อติภพยังเขียนบอกไว้ในสารคดี (ฉบับกันยายน 2555) ว่า โน้ตเพลง A Siamese Song ของลาลูแบร์ ยากที่จะเกี่ยวพันไปถึงเพลงมโหรีสายสมรยุคอยุธยา เพราะการบันทึกโน้ตถูกครอบงำด้วยวิธีการแบบตะวันตก จนไม่มีอะไรใกล้เคียงดนตรีต้นฉบับเลยก็ได้

           สรุปแล้วที่บอกต่อๆกันมาว่าพระเจนดุริยางค์แต่งเพลงศรีอยุธยาขึ้นจากเพลงสายสมร ก็ไม่ถึงกับตรงไปตรงมาอย่างนั้น เพราะสายสมรไม่จริง

           ยิ่งเหมาว่าเพลงสายสมรเป็นต้นเค้าเพลงสรรเสริญต่างๆ ยิ่งเข้ารกเข้าพงไปไกลif (document.currentScript) {