มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2555

 

          พระแก้วมรกตในตำนานเคยประดิษฐานอยู่เมืองกำแพงเพชร ก่อนมีผู้อัญเชิญไปเมืองเชียงราย

          แต่ตำนานทุกฉบับไม่ได้บอกว่าอยู่วัดไหน? ตรงไหน? ในเมืองกำแพงเพชร

          เมื่อเมืองรกร้างแล้ว คนสมัยหลังๆที่เข้าไปตั้งหลักแหล่งใหม่อยู่เมืองกำแพงเพชร(ตั้งแต่ก่อนแผ่นดิน ร.5) ต่างบอกเล่าสืบตามตำนานว่าพระแก้วมรกตเคยประดิษฐานอยู่วัดแห่งหนึ่งกลางเมืองซึ่งเหลือเป็นซากปรักหักพัง แล้วเดากันต่างๆนานาว่าคงเป็นซากวัดตรงนั้นตรงนี้ โดยที่ต่างก็ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันมั่นคง

          ฉะนั้นที่ปักป้ายว่าวัดพระแก้วอยู่กลางเมืองตรงนั้นก็ปักตามความเชื่อลมๆแล้งๆ ซึ่งไม่น่าเป็นจริง

          เมื่อ ร.5 เสด็จประพาสต้น พ.ศ. 2449 ถึงเมืองกำแพงเพชร ทรงมีพระราชนิพนธ์เล่าเรื่องพร้อมรูปถ่ายฝีพระหัตถ์

          (มีทั้งพระราชนิพนธ์ ร.5 และรูปถ่ายฝีพระหัตถ์ อยู่ในหนังสือกำแพงเพชร มาจากไหน? โดยโรงเรียนสตรีวิทยา พิมพ์แจกในงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดพระบรมธาตุ ต. นครชุม อ. เมือง จ. กำแพงเพชร เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พ.ย. 2555 ดูใน www.sujitwongthes.com)

          ครั้งนั้นเป็นที่รับรู้แล้วว่าซากวัดแห่งหนึ่งกลางเมืองกำแพงเพชรซึ่งตกลงกันเองว่าเรียกวัดพระแก้ว เพราะเชื่อว่าพระแก้วมรกตเคยประดิษฐานตามตำนาน(ซึ่งตำนานไม่ได้ระบุวัด)

          ร.5 เสด็จวัดพระแก้ว ทรงถ่ายรูป เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2449

          รุ่งขึ้น วันที่ 24 ร.5 เสด็จวัดร้างที่อยู่นอกกำแพงเมืองทางด้านเหนือ ซึ่งรู้จักกันในนามหมู่วัดอรัญญิก (เป็นชื่อสมมุติเรียกสมัยปัจจุบัน แต่ยุคดั้งเดิมไม่มีหลักฐานว่าเรียกอย่างนี้) ซึ่งเป็นวัดจำนวนมากก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่โตมโหฬารมหัศจรรย์พันลึกอยู่เรียงรายติดๆกันไปหลายวัด

          เมื่อทอดพระเนตรซากวัดขนาดมหึมาวัดหนึ่ง(ไม่รู้ชื่ออะไร?) ร.5 ทรงมีพระราชนิพนธ์ว่า

          “เมื่อเห็นวัดนี้เข้าแล้ว เป็นการจำเป็นที่จะยืนยันรับรองว่าวัดในเมืองจะเป็นวัดพระแก้วไม่ได้เลย

          ถ้าพระแก้วได้อยู่ที่เมืองนี้ คงจะอยู่วัดนี้” (คือวัดใหญ่มหึมาที่เสด็จทอดพระเนตรขณะนั้น)

          แล้วทรงสงสัยต่อไปว่าพระแก้วอาจจะไม่ได้อยู่กำแพงเพชรด้วยซ้ำ แต่น่าจะอยู่สุโขทัย

          พระแก้วมรกต ร.4 ทรงมีพระราชนิพนธ์ว่าประวัติความเป็นมาตอนที่เชื่อถือได้แน่ เริ่มเมื่อ พ.ศ. 1979 พบอยู่ที่วัดพระแก้ว เมืองเชียงราย

          เรื่องราวก่อนหน้านั้นขึ้นไปไม่น่าเชื่อ เพราะ“ต่างคนต่างว่าตามได้ยินและคาดคะเนผิดๆกันมากนัก”

          ซึ่งหมายความว่า ที่ว่าพระแก้วมรกตเคยประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรและที่อื่นๆก็ไม่น่าเชื่อนั่นเอง

          ข้อสังเกตเหล่านี้ ผมฟัง อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (กรมศิลปากร) พูดคุยวิชาการกับ อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร (คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย. 2555 คราวที่นักศึกษาวิชาเอกประวัติศาสตร์ศิลปะเสนอผลงานจากการปฏิบัติภาคสนามที่โบราณสถานกลางเมืองกำแพงเพชร

          หน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้น่าจะพิจารณาใหม่ ให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าควรปรับปรุงแก้ไขป้ายบอกชื่อวัด หรือควรทำยังไงต่อไป?document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);