มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2555            

         

          พระยากง พระยาพาน ตำนานนิทานเก่าแก่ในพงศาวดารเหนือ เกี่ยวข้องพระปฐมเจดีย์ เมืองนครชัยศรี (จ. นครปฐม) และบ้านเมืองทางฟากตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          โดยเฉพาะบ้านเมืองในเขต จ. สุพรรณบุรี ที่เป็นฉากเสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน

 

พระยาพานไปเมืองลำพูน

          เมื่อพระยาพานสร้างสถูปใหญ่ “สูงเท่านกเขาเหิน” ไว้ล้างบาปกรรมแล้ว ตำนานนิทานเล่าต่อไปอีกว่าพระยาพานยกทัพขึ้นไปเมืองลำพูน นมัสการพระธาตุหริภุญชัย

          กลับจากเมืองลำพูน ได้ครองราชสมบัติจนสวรรคต พระราชบุตรนาม พระพรรษาเสวยราชย์สืบต่อมา มีในพงศาวดารเหนือ ว่า

          “จุลศักราช 552 ปีเถาะโทศก พระยาพานยกทัพขึ้นไปเมืองลำพูน ไปนมัสการพระบรมธาตุพระพุทธเจ้า ถึงสามปีมาแล้วก็ยกทัพกลับลงมาเมืองใต้ จึงปรายเงินทองต่างข้าวตอกดอกไม้ ถวายพระบรมธาตุมาทุกๆ ตำบล

          มาแต่เมืองลำพูนลำปาง ลงมาทางเดิมบางนางบวชจนถึงเมืองนครชัยศรีสิ้นเก้าปี

          รู้ทั่วกันว่าพระยาราชบุรีเป็นบิดาเลี้ยงจะมาจับ ก็ยกทัพหนีไปยังประเทศราช เสนาบดีจึงเชิญขึ้นครองราชสมบัติ 49 ปี สวรรคต จุลศักราช 669

          มีพระราชบุตรองค์หนึ่ง เสนาบดีมุขมนตรีทั้งหลายยกพระราชกุมารขึ้นเสวยราชัยสวรรยาธิปัติ ถวายพระนามพระพรรษา ราษฎรเป็นสุขยิ่งนัก ตั้งแต่นั้นมาได้ 90 ปี สร้างวัดศรีสรรเพชญ วัดสวนหลวง”


เจ้าพระยา กับปิง-วัง

          พระยากง พระยาพาน เป็นตำนานนิทานที่บอกเล่าสืบต่อกันมายาวนานก่อน พ.ศ. 2000 จึงไม่ใช่เรื่องจริง แต่คนยุคอยุธยาที่ได้ยินคำบอกเล่าเชื่อว่าเรื่องจริง

          ครั้นหลัง พ.ศ. 2000 นักปราชญ์ราชบัณฑิตในราชสำนักอยุธยา จึงจดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรบนสมุดข่อย แล้วเก็บไว้ในหอหลวง

          พระยาพาน เป็นชื่อสมมุติของวีรบุรุษในตำนานนิทานไทยโดยไม่มีตัวตนจริง เรื่องราวพระยาพานยกทัพขึ้นไปเมืองลำพูนจึงไม่เกิดขึ้นจริง

          แต่ความสัมพันธ์เกี่ยวดองระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยากับลุ่มน้ำปิงมีจริง เพราะพบหลักฐานโบราณคดีสนับสนุนหลายอย่าง แต่ที่สำคัญคือพบประติมากรรมที่เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) เป็นรูปเศียรยักษ์ เศียรเทวดา งานช่างแบบหริภุญชัย ระหว่าง พ.ศ. 1600-1700 (ประวัติวัฒนธรรมลุ่มน้ำทวน-จระเข้สามพัน รายงานการสำรวจข้อมูลวัฒนธรรมสมัยโบราณ ในลุ่มน้ำทวน (จ. กาญจนบุรี)-จระเข้สามพัน (จ. สุพรรณบุรี) โดยรองศาสตราจารย์สุรพล นาถะพินธุ และอาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร สนับสนุนโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สิงหาคม-กันยายน 2552)

          แสดงว่ามีการติดต่อแลกเปลี่ยนไปมาค้าขายกันระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกแถบสุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, ฯลฯ กับเมืองลำพูน, เมืองลำปาง บริเวณลุ่มน้ำปิง, วัง ตั้งแต่ยุคก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่

          ผ่านบ้านเมืองยุคนั้นหลายแห่ง เช่น เมืองแพรกศรีราชา หรือสรรคบุรี (อ. สรรคบุรี จ. ชัยนาท), เมืองบน (อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์), เมืองดงแม่นางเมือง (อ. บรรพตพิสัย จ. นครสวรรค์), ฯลฯ

 

จามเทวี

          ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมืองลุ่มน้ำเจ้าพระยากับปิง-วัง ยังมีอีกอยู่ในตำนานนิทานจามเทวี

          นางจามเทวี (คำว่าจามในภาษามอญว่า กฺยาม แปลว่า จระเข้ ซึ่งเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของยุคดึกดำบรรพ์) เป็นเชื้อวงศ์พระราชารัฐอโยธา-ละโว้ อยู่ฟากตะวันออกลุ่มน้ำเจ้าพระยา (บริเวณอยุธยา-ลพบุรี)

          ต่อมาขึ้นไปครองเป็นราชินีรัฐหริภุญชัย (ลำพูน)

          มีศิลปกรรมแบบอโยธยา-ละโว้ อยู่ที่เมืองหริภุญชัยหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูป, สถูปเจดีย์, ฯลฯ

 

ขุนช้าง ขุนแผน

          ความสัมพันธ์ในตำนานนิทานระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก ที่มีรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) กับลุ่มน้ำปิง ที่มีรัฐหริภุญชัย (ลำพูน) ยังถ่ายทอดกันปากต่อปากสืบเนื่องต่อมาอยู่ในวรรณกรรมยิ่งใหญ่เรื่องขุนช้าง ขุนแผน ดังเห็นร่องรอยอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ

          1. พระพันวษา กษัตริย์อยุธยา มีร่องรอยพระนามพระพรรษาในตำนานนิทานเรื่องพระยากง พระยาพาน ในพงศาวดารเหนือ

          2. เสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน มีแต่อยุธยารบเชียงใหม่ตั้งแต่ต้นจนปลาย

          เริ่มด้วยพลายแก้วอาสาพระพันวษายกทัพอยุธยาไปตีเชียงใหม่ ได้นางลาวทอง เมื่อชนะศึกกลับมาได้เป็นขุนแผน

          จนถึงพลายงาม (ลูกชายขุนแผน) อาสาพระพันวษายกทัพอยุธยาไปตีเชียงใหม่ ได้นางสร้อยฟ้า

          ลูกหลานต่อมา เช่น พลายยง, พลายเพชร, พลายบัว ก็ไปตีเชียงใหม่อีกไม่จบสิ้น

          เรื่องอยุธยาตีเชียงใหม่นี้สอดคล้องกับตำนานนิทานอีกชุดหนึ่ง เรียกคำให้การชาวกรุงเก่า ว่า

          “พระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระพันวษา ภาษาพม่าเรียกว่าพระเจ้าวาตะถ่อง แปลว่า สำลีพันหนึ่ง—–

          ครั้นอยู่มา พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง มุ่งหมายจะเป็นสัมพันธมิตรสนิทสนมกับกรุงเทพทวารวดี จึงส่งพระราชธิดาองค์หนึ่งซึ่งมีพระรูปลักษณะงามเลิศ เพิ่งเจริญพระชนม์ได้ 16 พรรษา พร้อมด้วยข้าหลวงสาวใช้ข้าทาสบริวารกับเครื่อราชบรรณาการเป็นอันมาก มีราชทูตเชิญพระราชสาส์น พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์คุมโยธาทวยหาญ เชิญพระราชธิดามาถวายพระพันวษา ณ กรุงเทพทวารวดี

          ครั้นมาถึงในกลางทาง ข่าวนี้รู้ขึ้นไปถึง—–พระเจ้าแผ่นดินนครเชียงใหม่ ในเวลานั้น—–จึงคุมกองทัพลงมาซุ่มอยู่ ยกเข้าแย่งชิงพระราชธิดานั้นไปได้—–

          ครั้นประพฤติเหตุนี้ทราบเข้ามาถึงพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษาก็ทรงพระพิโรธยิ่งนัก—–จำจะยกขึ้นไปปราบปรามเจ้านครเชียงใหม่—–จึงมีพระราชโองการตรัสสั่งให้เตรียมทัพ แลตรัสสั่งพระหมื่นศรีมหาดเล็กผู้เป็นขุนนางข้าหลวงเดิมคนสนิทไว้พระทัย ให้เลือกจัดหาทหารที่มีฝีมือกล้าศึกสงครามเข้ามาถวาย

          พระหมื่นศรีจึงกราบทูลว่า ในทหารไทยในเวลานี้ผู้ใดจะเป็นทหารเอกยอดดีไปกว่า ขุนแผน นั้นไม่มี ด้วยขุนแผนเป็นผู้รู้เวทมนตร์เชี่ยวชาญใจกล้าหาญเป็นยอดเสนา—–บัดนี้ขุนแผนเป็นโทษต้องรับพระราชอาญาจำอยู่ ณ คุก ถ้าโปรดให้ขุนแผนเป็นทัพหน้า ยกขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ในครั้งนี้คงจะมีชัยชำนะโดยง่าย—–

          สมเด็จพระพันวษาก็ทรงระลึกได้ถึงขุนแผน ด้วยทรงทราบว่าเป็นทหารมีฝีมือมาแต่ก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดให้ขุนแผนพ้นโทษ—–โปรดตั้งให้ขุนแผนเป็นแม่ทัพ ถืออาญาสิทธิ์คุมกองทัพทหารไทยยกขึ้นไปตีนครเชียงใหม่—–

          ฝ่ายเจ้านครเชียงใหม่รู้ว่ากองทัพกรุงศรีอยุธยายกขึ้นมา จึงแต่งกองทัพให้ยกออกมาสู้รบต้านทาน

          ขุนแผนแม่ทัพก็ขับพลทหารไทยเข้าต่อตีพลลาวยวนเชียงใหม่โดยสามารถ กองทัพเชียงใหม่ก็แตกพ่ายแพ้หนีกลับเข้าเมือง จะปิดประตูลงเขื่อนก็ไม่ทัน ขุนแผนก็ยกติดตามรบรุกบุกบั่นเข้าเมืองได้ ไล่ฆ่าฟันพลลาวล้มตายลงเป็นอันมาก

          ฝ่ายเจ้านครเชียงใหม่เห็นข้าศึกเข้าเมืองได้ ก็ตกใจไม่มีขวัญ จึงขึ้นม้าหนีออกนอกเมืองไป

          ขุนแผนจึงคุมทหารเข้าล้อมวัง ให้จับอัครสาธุเทวีมเหสีพระเจ้าเชียงใหม่ กับราชธิดาอันมีนามว่า เจ้าแว่นฟ้าทอง กับนางสนมน้อยใหญ่ของพระเจ้านครเชียงใหม่ให้รวบรวมไว้พร้อมด้วยกัน แลให้เชิญนางสร้อยทองราชธิดาพระเจ้านครล้านช้าง ที่เจ้านครเชียงใหม่ไปแย่งชิงมาไว้ ให้ออกมาจากหอคำ จึงเชิญนางสร้อยทองพระราชธิดาพระเจ้าล้านช้าง กับมเหสีราชธิดาพระเจ้านครเชียงใหม่ที่จับไว้ได้ เลิกกองทัพ กลับลงมาถวายพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา แลกราบทูลข้อราชการทัพที่มีชัยชำนะนั้นให้ทรงทราบทุกประการ

          ตำนานนิทานเรื่องพระยากง พระยาพาน ในพงศาวดารเหนือ เป็นวรรณกรรมบอกเล่าแสดงค้าเงื่อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐโบราณทางลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลาง กับลุ่มน้ำปิงภาคเหนือ

          แล้วเป็นแรงบันดาลใจให้กวีสมัยหลังแต่งวรรณกรรมยิ่งใหญ่เรื่องขุนช้าง ขุนแผน