มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2555 

 

          กรุงรัตนโกสินทร์ หรือกรุงเทพฯ ถูกสถาปนาขึ้นทับซ้อนกรุงธนบุรี

          สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือศูนย์กลางของเมือง ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน ย้ายจากฝั่งตะวันตกไปอยู่ฝั่งตะวันออก แล้วขยายคูน้ำกำแพงเมืองฝั่งตะวันออกให้กว้างกว่าเดิม

          ส่วนไพร่ฟ้าข้าคนราษฎรส่วนมากยังมีหลักแหล่งเหมือนครั้งกรุงธนบุรี เฉพาะคนจีนตรงบางจีนเท่านั้นให้ย้ายไปอยู่สำเพ็งเพื่อเอาที่ทำวังหลวง

          สัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ากรุงเทพฯกับกรุงธนบุรีเป็นพื้นที่“เมือง”เดียวกัน คือพระปรางค์วัดอรุณ ที่ ร.2 โปรดให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ โอรสองค์โต (ต่อไปคือ ร.3) ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างให้เป็น“มหาธาตุหลวง”ของราชอาณาจักร

          การสร้างพระปรางค์มหาธาตุหลวงของราชอาณาจักรไว้บนฝั่งที่เคยเป็นศูนย์กลางของกรุงธนบุรีมาก่อน แสดงให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของกรุงเทพฯมีทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

          นอกจากนี้แล้ว บรรดาขุนนางข้าราชการและราษฎรส่วนมากของพระนครล้วนตั้งหลักแหล่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกมาแต่ครั้งเป็นกรุงธนบุรี

          ฉะนั้นกรุงเทพฯ หรือกรุงรัตนโกสินทร์ทางกายภาพแล้ว ไม่ใช่การตั้งอาณาจักรใหม่ แต่แท้จริงคือพื้นที่กรุงธนบุรีที่เปลี่ยนชื่อใหม่ เปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ และเปลี่ยนที่ตั้งพระราชวังแห่งใหม่เท่านั้น

          ชาวยุโรปที่เข้ามาถึงกรุงเทพฯสมัยแรกสถาปนา เขียนรูป บ้าน, วัด, วัง บริเวณศูนย์กลางบางกอก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ น่าจะมีหลายรูป แต่เท่าที่พบขณะนี้มี 3-4 รูป (รวมรูปในหนังสือครอฟอร์ด)

แม่น้ำกับเรือในบางกอก วาดโดย ดร.จอร์ช ฟินเลย์สัน (George Finlayson) นักธรรมชาติวิทยาที่เข้ามาสำรวจสยามและเวียดนามในปี ค.ศ. 1821 และ 1822 (ในแผ่นดิน ร.2) ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ British Library, Oriental and India office Collections, NHD5. WD972.

พระบรมมหาราชวังสมัยแรกๆ ราวรัชกาลที่ 2 มองจากฝั่งธนบุรี ภาพนี้วาดโดย ดร.จอร์ช ฟินเลย์สัน (George Finlayson) นักธรรมชาติวิทยาที่เข้ามาสำรวจสยามและเวียดนามในปี ค.ศ. 1821 และ 1822 ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ British Library, Oriental and India office Collections, NHD5. WD972.

กรุงเทพฯ เมื่อปี ค.ศ. 1826 (พ.ศ. 2369 ในแผ่นดิน ร.3) แลเห็นวัดและวังฝั่งกรุงเทพฯ จากฝั่งธนบุรี อัลบั้มภาพของลอร์ด วินฟอร์ด (Lord Wynford), ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ British Library, Oriental and India office Collections, Burmese 203