มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2555

 

          หมู่เกาะอินโดนีเซียก่อนหน้านี้ ยังไม่รวมเป็นหน่วยการเมืองเดียวกันอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

          แต่เป็นหมู่เกาะจำนวนมากที่แต่ละเกาะแต่ละกลุ่มมีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมแตกต่างกันไป ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มรัฐมากมาย

          โดยยังไม่มีคำว่า “อินโดนีเซีย”

          อินโดนีเซีย มาจากไหน? หมายถึงอะไร? ผู้รู้ประวัติศาสตร์อินโดนีเซียบางท่านบอกว่ามีร่องรอยว่าคำอินโดมาจากคำอินดีส (ที่หมายถึงอินเดีย) แล้วให้ความหมายใหม่ว่าลูกครึ่งดัตช์ (ฮอลันดา, เนเธอร์แลนด์ เจ้าอาณานิคมอินโดนีเซีย)

          เริ่มใช้คำว่าอินโดนีเซียตั้งแต่ราว ค.ศ. 1920 (พ.ศ. 2463 ในไทยเป็นแผ่นดิน ร.6)

          ครั้น 17 สิงหาคม ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) คำประกาศเอกราช เรียกชื่อว่า สาธารณรัฐแห่งอินโดนีเซีย

          ทั้งหมดผมสรุปจากหนังสือประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย ของ อ. ทวีศักดิ์ เผือกสม แห่ง ม. นเรศวร พิษณุโลก (สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2555)

          ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นหนังสือประวัติศาสตร์อินโดนีเซียฉบับลุ่มลึกตั้งแต่โบราณจนสมัยใหม่อย่างทันสมัยที่สุด มีคำอธิบายตัวอย่างจะยกจากเล่มนี้มาให้อ่านดังต่อไปนี้

          “รัฐจารีตในหมู่เกาะอินโดนีเซียก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรัฐจารีตอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือการเป็นรัฐที่ไม่มีขอบเขตพื้นที่ชัดเจน หรือไม่มีเส้นพรมแดนที่แน่นอน

          เพราะพื้นที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายที่สำคัญสูงสุดของอำนาจรัฐ แต่อยู่ที่การควบคุมกำลังคนเป็นด้านหลัก ดังที่จะเห็นได้จากการทำสงครามเพื่อแย่งชิงกวาดต้อนกำลังคนกันไปมาระหว่างพม่า ไทย ลาว เวียดนาม หรือการกวาดต้อนผู้คนในอาณาจักรชวา”

          “อำนาจรัฐในทางปฏิบัติจึงรวมศูนย์อยู่ที่ตัวกษัตริย์ในลักษณะความสัมพันธ์แบบเจ้าพ่อกับลูกน้อง”

          “การเป็นรัฐแบบเจ้าพ่อ-จักรพรรดิราช ทำให้อำนาจการปกครองจะมีความเข้มแข็งอยู่ที่เมืองหลวงหรือตัวราชธานี อันเป็นที่ประทับของมหากษัตริย์

          และจะยิ่งมีความอ่อนแอลงเมื่อยิ่งไกลออกไป ซึ่งอำนาจการปกครองที่แท้จริงจะอยู่ในมือของเจ้าหรือขุนนางท้องถิ่นมากกว่าจะอยู่ในมือของกษัตริย์

          เจ้าพ่อหรือกษัตริย์ที่เรืองอำนาจขึ้นมาแต่ละองค์จึงโน้มเอียงที่จะคิดและอ้างว่าตัวเองก็มีคุณลักษณะของการเป็นพระจักรพรรดิราชอยู่ด้วยผู้หนึ่ง”

          คำอธิบายของ อ. ทวีศักดิ์ ใช้ได้อย่างดีด้วยกับรัฐจารีตบนผืนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์ที่เรียกสุวรรณภูมิ ไม่ว่ารัฐฟูนัน, รัฐเจนละ, รัฐทวารวดี, รัฐอโยธยา-ละโว้, รัฐสุโขทัย, ฯลฯ หรือรัฐอื่นๆ

          จะทำความเข้าใจประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย สำหรับผมแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล และมีประชากรมากสุดในอุษาคเนย์

          ที่สำคัญคือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหมู่เกาะและทะเลสมุทร ซึ่งตระกูลลาว-ไทยอย่างผมรู้จักแต่แม่น้ำลำคลอง จึงยิ่งยากขึ้นอีกเป็นทวีคูณต่อการทำความเข้าใจ

          นักวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีร่วมสมัยของไทย ที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจังต่อเรื่องราวของรัฐจารีตทางกลุ่มหมู่เกาะ เกี่ยวข้องกับการค้าทางทะเลสมุทรในวัฒนธรรมชวา-มลายู ซึ่งรู้จักทั่วไปในนาม“ศรีวิชัย” มีแต่ อ. ธิดา สาระยา และต่อมาคือ อ. ทวีศักดิ์ เผือกสม

          เฉพาะ อ. ทวีศักดิ์ เชื่อมโยงเรื่อยมาถึงประวัติศาสตร์อินโดนีเซียโบราณจนยุคอาณานิคมฮอลันดา กระทั่งยุคหลังอาณานิคม ตราบทุกวันนี้

          นักราชวิชาการโบราณคดี“ศรีวิชัย” ในการครอบงำอย่างแช่แข็งของอาณานิคมฝรั่งเศส ควรเปิดกว้างให้นักศึกษารับรู้แนวคิดก้าวหน้ากว่าตนด้วย ถึงจะดี และไปรอด