มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2555

 

          คลองในกรุงเทพฯ มีทั้งคลองธรรมชาติและคลองขุดใหม่ แต่เกือบทั้งหมดมักเน่าเสียจนมองไม่เห็นอนาคตจะเยียวยาให้หายเน่าเหม็น

          รัฐบาลควรยกประเพณีลอยกระทงมาเน้นกระตุ้นให้คนทั้งหลายร่วมกันรักษาแม่น้ำลำคลองให้เกิดบรรยากาศ“คลองสวย น้ำใส” อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปีเพื่อให้คลองในกรุงเทพฯมีอนาคตบ้าง แทนความคลั่งแต่นิยายเรื่องนางนพมาศ

          นางนพมาศ เป็นวรรณกรรมคล้ายนิยายแต่งสมัย ร.3 กรุงรัตนโกสินทร์ ที่สมมุติฉากกรุงสุโขทัย โดยไม่เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงๆ         

          ลอยกระทง เป็นประเพณีขอขมาด้วยสำนึกในพระคุณดินน้ำธรรมชาติซึ่งชุบเลี้ยงมนุษย์ ที่มีสืบมายาวนานมาก ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้วของอุษาคเนย์สืบจนปัจจุบัน

          โดยใช้วัสดุลอยน้ำได้ เช่น กระบอกไผ่, ต้นกล้วย, ฯลฯ ประดับประดาขอขมาผีดินผีน้ำที่เลี้ยงดูผู้คนมาตลอดทั้งปี

          ครั้นถึง ร.3 ปรับเปลี่ยนวัสดุเหล่านั้นเป็นกระทงใบตองประดิดประดอยเป็นพิเศษ ดังมีบอกไว้ในพระราชพงศาวดาร แล้วนับแต่นั้นมานิยมเรียกลอยกระทง

          เหตุที่ลอยกระทงขอขมาดินน้ำธรรมชาติ ต้องอยู่ตอนกลางเดือน 12 ของทุกปี เพราะเป็นช่วงเวลาสิ้นฤดูกาลเก่า (ส่งท้ายปีเก่า?) ตามจันทรคติ (ยกย่องพระจันทร์) แล้วกำลังจะขึ้นฤดูกาลใหม่(ขึ้นปีใหม่?)ในเดือนอ้าย หรือเดือนที่หนึ่ง

          เมืองสุโขทัยของพระร่วง ตั้งอยู่บนที่ดอนเชิงเขาหลวง มีทางน้ำธรรมชาติไหลผ่านตัวเมืองเรียกคูแม่ลำพัน ลงแม่น้ำยม ซึ่งห่างตัวเมืองสุโขทัยไปทางทิศตะวันออกราว 12 กิโลเมตร (ลำพัน น่าจะมาจากคำเขมรว่า ลํพาน่ อ่านว่า ลุม-เปือน หมายถึงว่านชนิดหนึ่ง จำพวกหญ้า ใบแบน ใช้ทำยาได้)

          เมื่อตั้งอยู่บนที่ดอนเชิงเขา เป็นบริเวณแล้งน้ำในฤดูแล้ง จึงต้องจัดการระบบน้ำในเมืองโดยขุดสระน้ำ เรียกตระพัง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้ง

          สระน้ำ หรือตระพัง กลางเมืองสุโขทัย เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของวัดและวังในเมือง จึงไม่ใช่ขุดไว้ลอยกระทง (ตามที่ทางการยกเมฆหลอกคนทั่วไป) ซึ่งไม่เคยมีในยุคสุโขทัย

          รัฐบาลที่ดีไม่ควรขายการท่องเที่ยวด้วยวิธีหลอกลวงและปลอมประวัติศาสตร์ แต่ควรขายความจริงอันยิ่งใหญ่ คือประเพณีขอขมาดินน้ำธรรมชาติ แล้วขยายผลให้เป็นเทศกาลนานาชาติก็ได้ ซึ่งจะยิ่งดีเสียอีก

          “คลองสวย น้ำใส ร่วมใจบวชคลองเปรมประชากร” ของเครือข่ายรณรงค์ฟื้นฟูคลองเปรมประชากร (ตอนสายๆ วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2555) บริเวณตั้งแต่หน้าวัดเบญจมบพิตร แล้วร่วมกันแห่พระเลียบคลองเปรมฯ ไปจนถึงวัดน้อยนพคุณ

          นับเป็นความเคลื่อนไหวทางสังคมวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งเกี่ยวกับน้ำ เพื่อชวนเชิญผู้คนร่วมกันเข้าถึงประเพณีขอขมาด้วยสำนึกในพระคุณของดินน้ำธรรมชาติช่วงเทศกาลลอยกระทง ปลายฤดูกาลเก่า ที่จะย่างเข้าฤดูกาลใหม่

          คลองเปรมประชากร ต้นคลองอยู่บางปะอิน (อยุธยา) ปลายคลองอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล (กทม.) เชื่อมคลองผดุงกรุงเกษม

          รัฐบาลดูแลให้สะอาดตลอดไปได้ไหม? จะได้เป็นกรณีตัวอย่างให้คลองสายอื่นๆ}if (document.currentScript) {