มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2555

 

          แม่น้ำเจ้าพระยา(ที่กรุงเทพฯ) กับแม่น้ำท่าจีน(ที่สมุทรสาคร) เชื่อมกันด้วยคลองประวัติศาสตร์สายเดียว แต่เรียกเป็น 3 ชื่อ

          ช่วงต้น เรียกคลองด่าน แยกจากคลองบางกอกใหญ่ใกล้วัดปากน้ำ(ภาษีเจริญ)

          ช่วงกลาง เรียกคลองสนามชัย

          ช่วงปลาย เรียกคลองมหาชัย ออกปากน้ำท่าจีนที่มหาชัย สมุทรสาคร

 

          วัดไทร อยู่ช่วงที่เรียกกันทั่วไปว่าคลองสนามชัย มีคลองบางมดมาเชื่อมเป็นทางสามแพร่ง เลยมีตลาดธรรมชาติอยู่ย่านนั้นตั้งแต่ยุคอยุธยาโน่นแหละ

          แล้วมีตำหนักทองอยู่ริมคลองหน้าวัดไทร ซึ่งบอกเล่าสืบต่อๆกันมาว่าเป็นตำหนักพระเจ้าเสือเมื่อเสด็จมาตามเส้นทางนี้ คราวเกิดกรณีพันท้ายนรสิงห์ที่คลองโคกขาม

          ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือไม่? ยังไม่พบหลักฐานตรงๆที่ยืนยันมั่นคงแข็งแรงกว่าที่รู้กัน

          แต่เรื่องสำคัญกว่า คือคลองทั้งสายเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญมากกว่า 500 ปีมาแล้ว ระหว่างดินแดนบ้านเมืองสองฝั่งเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีนแล้วเชื่อมต่อไปแม่น้ำแม่กลอง

          ประเด็นนี้มีหลักฐานหลายอย่าง ตั้งแต่ยุคอยุธยา สืบจนยุคธนบุรี และยุครัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะพระราชนิพนธ์ ร.1 เพลงยาวนิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง(กาญจนบุรี) พรรณนาตามเส้นทางนี้ จนถึงยุคสุนทรภู่, นรินทร์อิน, ฯลฯ

          เมื่อตอนบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปตระเวนอยู่ย่านคลองด่าน ต่อเนื่องคลองสนามชัย บริเวณกลุ่มวัดราชโอรส, วัดหนัง, วัดนางนอง เป็นย่านข้าหลวงเดิม ร.3 ยิ่งยืนยันความเป็นเส้นทางสำคัญ จนถึงวัดแก้วไพฑูรย์และวัดไทร

          เมื่อตลาดน้ำวัดไทร(ในวัฒนธรรมประดิษฐ์)วายไปแล้ว ย้ายไปติดตลาดน้ำแห่งใหม่ที่ดำเนินสะดวกนานแล้ว ไม่น่าปล่อยเส้นทางนี้รกร้างว่างเปล่า ควรให้ความสำคัญที่เป็นเส้นทางคมนาคมสายประวัติศาสตร์ ซึ่งมีแหล่งประวัติศาสตร์ ทั้งวัดเจ้านาย วัดราษฎร และชุมชนชาวสวนเรียงรายร่มรื่นอย่างยิ่ง

          ที่ไม่รื่นรมย์มีอย่างเดียว คือถ้าเที่ยวทางเรือจะเหม็นน้ำเน่า แต่เลี่ยงไปเที่ยวทางรถก็ได้ มีถนนขนานไปกับคลองเข้าออกสะดวกตลอดสาย

          หรือจะ“นั่งรถไฟ เที่ยวคลอง”อย่างวิบาก ก็มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย วิ่งตลอดวัน แวะลงตามสถานีต่างๆเที่ยวคลองได้ เพราะขนานใกล้บ้าง ไกลบ้าง ห่างบ้าง ชิดบ้าง ไปกับคลองตั้งแต่ต้นจนปลายd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);