มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2555

 

           “ผลิตคนที่ยืนหยัดอยู่ในโลกปัจจุบัน” นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมต.ศึกษา บอกเป้าหมายของการศึกษาไทย (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 หน้า 22)

           อ่านแล้วสะดุดจิต เลยติดใจ เพราะได้ยินว่ามีสถาบันการศึกษาไทยจำนวนไม่น้อยมีเป้าหมายผลิตคนให้ย้อนยุคอยู่ในโลกของอดีต หลบหนีปัจจุบัน หวั่นวิตกอนาคต เลยพากันเชื่อการ“แช่แข็ง”ประเทศไทย

           รมต.ศึกษาอธิบายว่าโลกปัจจุบันเป็นสังคมแห่งความรู้ วัดกันที่คุณภาพของคน ประเทศจะแข่งขัน หรือยืนหยัดอยู่ได้หรือไม่ อยู่ที่คนมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน

           “กรณีอย่างนี้การศึกษาต้องเป็นเลิศ” นายพงศ์เทพย้ำ แล้วยกตัวอย่างอ้างอิงประวัติศาสตร์อย่างฉลาดเฉลียวกว่าครูบาอาจารย์ทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ที่ชอบอวดกร่างว่า

           “สมัยก่อนเรารบกับประเทศเพื่อนบ้าน พอรบเสร็จ ผู้ชนะต้องกวาดต้อนเอาคนไป เพราะความสำคัญอยู่ที่จำนวนคน มีทรัพยากรคนเยอะก็เป็นประเทศใหญ่

           แต่สมัยนี้ไม่ใช่ ทุกอย่างอยู่ที่มันสมอง คุณภาพของคน

           ประเทศเล็กๆไม่มีอะไรเลย แต่คนมีความรู้ มีคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ ก็ไปได้ดีกว่าประเทศใหญ่ๆ”

           ข้อความของ รมต.ศึกษาตรงนี้ ต้องให้ครูบาอาจารย์ในจังหวัดเล็กๆ อำเภอเล็กๆ ประชากรน้อยๆ ยากจนมากๆ ของไทย ทำความเข้าใจให้ลึกๆ

           แล้วสร้างเด็กให้มีคุณภาพทางความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ต้องแข่งขันด้วยเทคโนโลยีสูงๆ เพราะมีทุนจำกัด หรือไม่มีมากพอจะสู้กันทางวิชาความรู้กว้างขวางได้ แต่มีสมองคิดสร้างสรรค์ได้

           รมต.ศึกษาบอกถึงแนวทางการศึกษาต่อไปข้างหน้า โดยเทียบยุคก่อนๆว่า การศึกษาสมัยก่อนแค่เขียนอ่านหนังสือบางเล่มได้ก็เก่งแล้ว เพราะมีหนังสือไม่กี่เล่ม แต่ปัจจุบันมีหนังสือและข้อมูลทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว

           ฉะนั้น ไม่ใช่วิสัยของมนุษย์ที่จะไปจำอะไรแบบเดิม เพราะไม่มีทางจำข้อมูลได้หมด

           “คนยุคใหม่ต้องใฝ่เรียนรู้วิธีที่จะค้นหาข้อมูลและความรู้ แล้ววิเคราะห์ข้อมูล และวิธีใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร

           เมื่อเป็นเช่นนี้การจะสอนคนก็แตกต่างจากระบบเดิม ต้องเน้นคิดเป็น วิเคราะห์เป็น

           ไม่ใช่สักแต่ท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่มีประโยชน์อะไร”

           “เด็กไทยใช้เวลาเรียนมากกว่าชาติอื่น แต่ผลออกมาเรารู้น้อยกว่า” รมต.ศึกษาย้ำความล้มเหลวของการศึกษาไทย

           นี่เป็นเพราะระบบการศึกษาเน้นให้ท่องจำตามวิถีเถรวาทไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิม โดยผู้บริหารการศึกษาไทยไม่ยอมปรับเปลี่ยนการเรียนการสอน เพราะถูกครอบงำมาอย่างนั้นด้วยโครงสร้างอำนาจดึกดำบรรพ์} else {