มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555

 

          รามเกียรติ์ หมายถึงเรื่องราวเฉลิมพระเกียรติยศพระราม ซึ่งเป็นองค์อวตารของพระนารายณ์ โดยไทยได้จากมหากาพย์รามายณะ ฉบับทมิฬ ในอินเดียภาคใต้

          รามายณะ แปลตามศัพท์ว่าการไปของพระราม ได้จากคำว่า ราม+อายน =รามายณ คำ อายน = การไป รวมความแล้วหมายถึงการเดินทางบุกป่าฝ่าดงของพระรามในการติดตามหานางสีดา แต่โดยทั่วไปแล้วแปลกันว่าชีวประวัติของพระราม หรือเรื่องราวของพระราม (ภารตวิทยา โดย กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย สำนักพิมพ์ศยาม พิมพ์ครั้งที่ห้า พ.ศ. 2547 หน้า 210)

          มีภาพสลักเรื่องรามายณะบนปราสาทหินในกัมพูชา ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1500 นับเป็นต้นแบบเครื่องแต่งตัวและหน้ากาก(ศีรษะ)โขนสมัยหลังๆ

          พระราม เป็นสัญลักษณ์ของชาวอารยัน ซึ่งอยู่ทางเหนือๆขึ้นไป เนื้อหารามายณะที่พระรามผลาญราพณ์(ทศกัณฑ์) หมายถึงอารยันได้ขยายอำนาจลงทางภาคใต้ของอินเดีย

          โขน เป็นเครื่องราชูปโภค หมายถึงการละเล่นของพระราชาในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

          มีต้นแบบจากพิธีกวนเกษียรสมุทร อันเป็นพิธีของศาสนาพราหมณ์ มีในราชสำนักกัมพูชา เพื่อความมั่นคงของอาณาจักร ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1500

          แล้วส่งแบบแผนให้ราชสำนักอโยธยา-ละโว้ มีพัฒนาการเป็นการละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ในพระราชพิธีอินทราภิเษกของราชสำนักกรุงศรีอยุธยา

          กระทั่งเป็นโขนเล่นเรื่องรามเกียรติ์อย่างเดียว ไม่เล่นเรื่องอื่น

          คำว่าโขน, ละคร มีรากจากตระกูลชวา-มลายู แต่ใช้ในราชสำนักกัมพูชา แล้วไทยรับจากกัมพูชา

          ท่าโขน เป็นท่าฟ้อนเต้นดั้งเดิมดึกดำบรรพ์อุษาคเนย์เกือบทั้งหมด อาจมีแบบแผนจากท่ารำอินเดียบ้าง ก็น้อยเต็มที แทบไม่มีให้เห็นชัดๆ

          กล่าวโดยสรุปว่าเนื้อเรื่องรามเกียรติ์รับจากอินเดีย แต่ท่าโขนเป็นพื้นเมือง ดังนั้นโขนจึงเป็นการละเล่นหรือการแสดงที่ประมวลประสบการณ์ฟ้อนระบำรำเต้นของพื้นเมืองดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ของอุษาคเนย์ไว้ด้วยกัน

          ท่าพระ-นาง เป็นท่าฟ้อนดั้งเดิมของอุษาคเนย์ มีให้เห็นทั่วไปทั้งในภาพสลัก, ภาพเขียน, และยังฟ้อนอยู่ในปัจจุบัน เช่น ฟ้อนผี

          ท่ายักษ์-ลิง เป็นท่าเต้นดึกดำบรรพ์ของอุษาคเนย์ ทำท่ายกมือ กางแขน กางขา ย่อเข่า ก้นงอน เรียกท่ากบ อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว มีภาพเขียนสีบนเพิงผาและเถื่อนถ้ำบริเวณสองฝั่งโขง และภาพสลักหินบนปราสาทต่างๆทั้งในกัมพูชาและไทย แล้วยังเห็นทั่วไปในท่าฟ้อนเต้นเซิ้งบั้งไฟ และมวยอีสานโบราณ จะเห็นชาวบ้านทำท่าเต้นก้นงอนอย่างธรรมชาติ แต่เหมือนฝึกเต้นเสากับถีบเหลี่ยมอย่างโขนมาแล้ว

          ทศกัณฐ์ในรามเกียรติ์ ถูกทำให้เป็นตัวร้าย แต่ในการแสดงโขนกลับเป็นตัวเอก

          กิริยาท่าทาง, เครื่องแต่งตัว, ศีรษะ(หน้ากาก), จนถึงเพลงประกอบกิริยาทศกัณฐ์ เช่น ตรวจพล ล้วนโอ่อ่าสง่าผ่าเผย สมเป็นขัตติยะ มีอำนาจแท้จริง

          คนมีประสบการณ์ดูโขนจนเข้าถึงจะเฝ้าดูตัวทศ(คือทศกัณฐ์) ออกแสดงตีบทอย่างเดียว เมื่อได้ดูแล้วจุใจ อิ่มใจ

          โขนทั้งโรงถ้าไม่มีทศกัณฐ์ออกมารำตีบทอยู่ด้วยก็จืดสนิทif (document.currentScript) {