มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2555

 

          นาคาสังวาส เป็นคำบอกเล่าเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ มีในราชสำนักอาณาจักรกัมพูชา เชื่อกันว่ากษัตริย์ต้องเสพสังวาสกับนางนาค

          นาค เป็นสัญลักษณ์ของแผ่นดิน ซึ่งประกอบด้วยดินกับน้ำ และทั้งหมดเป็นเพศหญิง ดังนั้นนาคาสังวาสหมายถึงพิธีกรรมทำกษัตริย์เป็นคู่ครองกับแผ่นดิน

          ความเชื่อทำให้เกิดพิธีกรรม แล้วมีวรรณกรรมสนองความเชื่อนั้น

          รัฐอยุธยา รับพิธีกรรมนาคาสังวาสจากนครวัด, นครธม ผ่านรัฐอยุธยา-ละโว้ ยุคก่อนอยุธยา แล้วตราเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์อักษรไว้ในกฎมณเฑียรบาล

          เรียกเป็นภาษาเขมรว่า เบาะพก เป็นพระราชพิธีที่พระเจ้าแผ่นดินต้องมีพิธีกรรมนาคาสังวาส ที่ราชสำนักอยุธยาเรียกนางนาคว่า แม่หยัว (หรือแม่หยัวพระพี่หรือแม่หยัวพระพี่เจ้า)

 

แม่หยัวเมือง ผู้ (หญิง) เป็นใหญ่

          แม่หยัว เป็นคำโบราณเก่าแก่ดึกดำบรรพ์มากๆ กร่อนจากคำเต็มว่าแม่อยู่หัว หมายถึงผู้หญิงเป็นใหญ่สุด มีอำนาจอยู่เหนือคนอื่นๆในบ้านเมือง บางทีเรียกแม่หยัวเมือง หมายถึงแม่อยู่หัวของบ้านเมืองหรือรัฐนั้นๆ อำนาจจะมีจริงๆ หรือเป็นเพียงสัญลักษณ์ในพิธีกรรมก็ได้

          ในราชสำนักยุคก่อนอยุธยา สืบจนยุคต้นอยุธยา แม่หยัวเป็นชื่อตำแหน่ง มีตราไว้ในกฎมณเฑียรบาลให้อยู่เป็นรองจากพระอัครมเหสี (เมียหลวง) ว่า พระราชกุมารเกิดด้วยพระอัครมเหสี เป็นที่สมเด็จหน่อพระพุทธเจ้า ถ้าเกิดด้วยแม่หยัวเมืองเป็นที่พระมหาอุปราช

          ยุคต้นอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระไชยราชา ทรงมีสนมเอกคนหนึ่งตำแหน่งศรีสุดาจันทร์ มีราชกุมาร จึงได้รับยกย่องเป็นแม่หยัวเมือง

          ศรีสุดาจันทร์ เป็นชื่อตำแหน่ง (ไม่เป็นชื่อตัว) สนมเอกของพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา มี 4 ตำแหน่ง (มีอีก 3 คือ อินทรสุเรนทร์, อินทรเทวี, ศรีจุฬาลักษณ์) ผู้รู้อธิบายว่ามีต้นแบบจากคติจักรพรรดิราช

          แต่ศรีสุดาจันทร์แม่หยัวเมืองคนนี้พ่ายแพ้ทางการเมือง จึงถูกใส่ร้ายจากผู้ชนะยุคนั้น จนนักค้นคว้าและนักเขียนในยุคหลังๆ กล่าวหาให้ร้ายว่าเป็นแม่ยั่วเมือง หมายถึง ดาวยั่ว (ยวน) ทางกามารมณ์ (อ่านรายละเอียดใน ท้าวศรีสุดาจันทร์ ใครว่าหล่อนชั่ว? สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2540)

 

นาคาสังวาส

          พระราชพิธีเบาะพก หมายถึงพระราชพิธีที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปปราสาท แล้วเสพสังวาสกับแม่หยัว เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของไพร่ฟ้าประชากรและราชอาณาจักร

          แม่หยัว คือ นางนาค ฉะนั้นเบาะพก คือ นาคาสังวาส

          เบาะพก เป็นภาษาเขมร แปลว่าใช้อวัยวะทิ่มๆ ตำๆ บริเวณใต้ท้องน้อยหมายถึงเสพสังวาส

          ในพจนานุกรมภาษาเขมร (ฉบับทุนพระยาอนุมานราชธน) อธิบายว่า บุะ (อ่านว่า โบะห์) แปลว่า กระแทก, กระทุ้ง, ทิ่มต่ำให้เป็นหลุม, แดก, ยัด โบะ (อ่านว่า บอะห์) แปลว่า โยน, ตอก, ประทับ, ตอกหลัก

          คำเขมรว่า บุะ, โบะ มีคำแปลใกล้เคียงกัน แล้วเพี้ยนเสียงเป็นคำไทยก็ได้ว่า เบาะ หมายถึงอาการทุบ, ตี, ทิ่มอย่างเบาๆ หรือเบาะๆ

          โพะ (อ่านว่า ปัวะห์) แปลว่า ท้อง, พุง, มีท้อง, มีลูก แล้วเพี้ยนเสียงเป็นไทยว่า พก เช่น ชายพก คือส่วนของผ้าที่เหลือเป็นถุงจากการขัดกัน แล้วเหน็บไว้ที่ท้องใกล้สะดือ ใช้เก็บของเล็กๆ ได้

          พระราชพิธีเบาะพก มีตอนข้างแรม เดือนมืด ระหว่างแรม 11-14 ค่ำ โดยไม่ระบุว่าเดือนไหน?

          ลำดับพิธีอย่างย่อๆ มีดังนี้ (1.) ตั้งโรงพิธีในวังหลวง มีรูปสัญลักษณ์ หรือที่เรียกว่าเจว็ดของแม่หยัว (2.) เริ่มทำพิธีสมโภช แรม 11 ค่ำ (3.) แห่เจว็ดแม่หยัวจากโรงพิธีไปที่มณฑลในปราสาท (4.) พระเจ้าแผ่นดินเสด็จบรรทมสมพาสกับแม่หยัว

          ข้อความพรรณนาอยู่ในกฎมณเฑียรบาล มีตัวอย่างตอนหนึ่งจะคัดมาดังนี้

          แรม 14 ค่ำเอาราชยานแลพรหม 16 มารับแม่หยัวพระพี่เจ้าไปในปราสาท——-

          เมียพระบโรหิตถือเทียนทอง เมียพระพิรามถือสังข เมียพระมเหธรถือปลาทอง เมียพระพิเชดถือเต่าทอง เมียพระเทพราชถือตระพัง เมียพระจักรปาณีถือพานเข้าตอก เมียพระอาทยาถือมีดไพล เมียพระโหรปรายเข้าสาน——-

          ครั้นเสดจ์ถึงเข้าพระผทมด้วยแม่หยัวพระพี่

          ผทมตื่นสรงเสวยธรงพระสุคนธสำอางราโชประโภก เสดจ์หอพระแล้วลงพระราเชนทรเสดจ์ไปเวียร 9 รอบ

          ครั้นไปถึงอุทกราชสศซัดแหวนซัดทองซัดเงีน เทพดาแลองคมีคุณทแลอันมี    พราหมณอยู่บูชา แลคนปรายเงีนให้ทุกคน——-”

 

อยุธยาสืบนางนาคจากนครธม

          พระเจ้าแผ่นดินยุคต้นอยุธยา ต้องเสด็จไปเสพสังวาสกับแม่หยัวพระพี่เจ้า เป็นความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ที่สืบจากบรรพชนในรัฐก่อนหน้านั้น เช่น รัฐอโยธยา-ละโว้ ซึ่งสืบจากบรรพชนในรัฐพระนครหลวง (นครธม) กัมพูชา อีกทอดหนึ่ง

          มีพยานหลักฐานอยู่ในความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์กัมพูชายุคก่อนอยุธยา ซึ่งเอกสารจีนร่วมสมัย เมื่อ พ.ศ. 1839 เรียกรัฐเจินละ (บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ แปลจากภาษาจีน โดยเฉลิม ยงบุญเกิด พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2510) จะคัดมาโยจัดย่อหน้าใหม่ให้อ่านสะดวกขึ้น ดังนี้

          “ปราสาททองคำภายในพระราชวังนั้น พระเจ้าแผ่นดินเข้าที่พระบรรทมในยามราตรีบนยอดปราสาท

          พวกชาวพื้นเมืองพากันกล่าวว่า ในปราสาทนั้นมีภูติงูเก้าศีรษะ ซึ่งเป็นพระภูมิเจ้าที่ทั่วทั้งประเทศ ภูติตนนี้เป็นร่างของสตรี และจะปรากฏกายทุกคืน พระเจ้าแผ่นดินจะเข้าที่พระบรรทมและทรงร่วมสมพาสด้วยก่อน แม้แต่บรรดามเหสีทั้งหลายของพระเจ้าแผ่นดินก็ไม่กล้าเข้าไปในปราสาทนี้

          พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จออกจากปราสาทนั้นเมื่อเพลายามที่ 2 แล้วจึงจะเข้าที่พระบรรทมร่วมกับพระมเหสีและพระสนมได้

          ถ้าหากราตรีใดภูติตนนี้ไม่ปรากฏกาย ก็หมายความว่าเวลาสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินชาวป่าเถื่อนพระองค์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว

          ถ้าพระเจ้าแผ่นดินของชาวป่าเถื่อนมิได้เสด็จไปเพียงราตรีเดียว ก็จะต้องทรงได้รับภัยอันตราย”

          “ปราสาททองคำ” ในจดหมายเหตุจีนเรื่องนี้หมายถึงปราสาทพิมานอากาศ อยู่ในนครธม ส่วน “ภูติงูเก้าศีรษะ” และ “ภูติตนนี้เป็นร่างของสตรี และจะปรากฏกายทุกคืน” คือนางนาค

          นางนาค “เป็นพระภูมิเจ้าที่ของราชอาณาจักร” หมายความว่าเป็นผียิ่งใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรกัมพูชาสมัยนั้น เป็นความเชื่อสืบเนื่องมาจากยุคดึกดำบรรพ์

          การ “ร่วมสมพาส” ระหว่างหญิงกับชายเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดและความเจริญงอกงาม

          ฉะนั้น นิทานเรื่องนี้จึงเอาการร่วมสมพาส ระหว่างนางนาคกับกษัตริย์มาเป็นบทบัญญัติหรือกำหนดกฎเกณฑ์ หรือเป็นพิธีกรรมที่กษัตริย์ต้องกระทำบำรุงบำเรอ มิให้ขาด และมีคำทำนายในตอนท้าย

          นิทานปรัมปราที่ราชทูตจีนจดบันทึกจากปากคำของคนบอกเล่าเรื่องนี้ ผู้จดไม่ได้ตรวจสอบหรือพบเห็นด้วยตัวเอง ฉะนั้นจะยึดถือเป็นเรื่องจริงจังไม่ได้

          นี่เป็นระบบความเชื่อที่มีอยู่จริง แล้วกษัตริย์ทรงทำพิธีกรรมเท่านั้น โดยนางนาคไม่ได้มีจริง และการร่วมสมพาสก็ไม่ได้กระทำจริงๆ ดังตัวอย่างพระราชพิธีเบาะพกในอยุธยา

 

สัญลักษณ์อวัยวะเพศชาย

          เครื่องประกอบพระราชพิธีเบาะพกที่สำคัญมี 2 ชื่ออยู่ในข้อความพรรณนา คือ “เทียนทอง” กับ “องคมีคุณ”

          เทียนทอง เป็นสัญลักษณ์ขององคชาต (พระอีศวร) คู่กับใบโพธิ์ทองเป็นสัญลักษณ์ของโยนี (พระอุมา)

          มีร่องรอยอยู่ในตำนานเกี่ยวกับประเพณีการใช้แว่นเวียนเทียนในงานแต่งงาน (หนังสือประชุมเรื่องตำนานและนิทานพื้นบ้านเขมร ภาคที่ 9 ตำนานเกี่ยวกับที่มาของประเพณีต่างๆ  แปลโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประยูร ทรงศิลป์ ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏธนบุรี พ.ศ. 2540 หน้า 904-907)

          เทียนทองยังมีในบทมโหรีกรุงเก่า ใช้ร้องทำขวัญงานแต่งงานของยุคอยุธยา ว่า

          ร้องสรรเสริญพระจันทร์

          เจ้าเอยเทียนทอง               ปิดเข้าที่หน้าแท่นทอง

          ทำขวัญเจ้าทั้งสอง                ให้เจ้าอยู่ดีกินดี

          ให้อยู่จนเฒ่าชรา                  ให้เจ้าเป็นมหาเศรษฐี

          อายุยืนได้ร้อยปี                   เลี้ยงพระบิดามารดา

          องคมีคุณ ในพจนานุกรมภาษาเขมรบอกว่าหมายถึงศิวลึงค์ คือลึงค์ของพระศิวะ (อีศวร) ปกติจะตั้งบนฐานโยนี มีหลายขนาด ทั้งหมดทำด้วยหิน ประดิษฐานอยู่กับเทวสถาน คำนี้ยังใช้สืบมาว่าองคชาต

          มีร่องรอยอยู่ในนิทานเขมรเรื่องภูเขาบาย็องโกน (จ. ตาแก้ว) (หนังสือประชุมเรื่องตำนานและนิทานพื้นบ้านเขมร ภาคที่ 5, พ.ศ. 2540 หน้า 251-530)

 

นางนาค พระทอง เพลงแต่งงาน

          ความเชื่อศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับนาคาสังวาส ยังมีในนิทานเก่าแก่ของเขมร เรื่องนางนาค พระทอง ที่ส่งต่อถึงอยุธยา

          ยุคอยุธยาจึงมีเพลงดนตรีชื่อนางนาคกับพระทอง คำร้องเป็นเรื่องนาคาสังวาส ใช้ร้องบรรเลงงานแต่งงาน มีคำร้องดังนี้

          ร้องนางนาค

          เจ้าเอยนางนาค             เจ้าคิดแต่เท่านั้นแล้ว

          เจ้าปักปิ่นแก้ว                    แล้วเจ้ามาแซมดอกไม้ไหว

          จำปาสองหูห้อย                 สร้อยสังวาลแลมาลัย

          ชมพูผ้าสไบ                        เจ้าห้อยสองบ่าสง่างาม

 

          ร้องพระทอง

          พระทองเทพรังสรรค์             หล่อด้วยสุวรรณกำภู

          เจ้างามบริบูรณ์ไม่มีคู่               โฉมตรูข้าร้อยชั่งเอย

          พระทองข้ารูปหล่อเหลา       หนักเล่าก็ได้ร้อยชั่ง

          รัศมีนั้นงามอยู่เปล่งปลั่ง           ทั้งเมืองไม่มีเหมือนเอย       

 

          ร้องคู่พระทอง

          พระทองเจ้าจะไป                น้องจะได้ใครมานอนเพื่อน

          อันใจเจ้าดีไม่มีเหมือน           เจ้าเพื่อนที่นอนของน้องเอย

          เจ้าเอยเจ้าพี่                      ค่อยอยู่จงดีกว่าจะมา

          จะไปก็ไม่ช้า                           จะพลันมาเป็นเพื่อนนอนเอย

          พระทองเจ้าจะไป              จะให้อะไรไว้น้องชม

          ขอแต่ผ้าลายที่ชายห่ม          จะชมต่างหน้าพระทองเอยdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);