มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2555

 

          หอย ยุคต้นอยุธยา เจ้านายในวังหลวงเรียกกระพัง มีระบุในกฎมณเฑียรบาลเรื่องพระราชพิธีเบาะพก เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ให้ราชอาณาจักร

          ผมเคยเขียนอธิบายไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (ฉบับประจำวันที่ 19-25 ตุลาคม 2555) ว่า เบาะพกเป็นภาษาเขมร หมายถึงนาคาสังวาส เป็นพระราชพิธีรับแบบแผนจากอาณาจักรกัมพูชาที่นครธม(พระนครหลวง) เรื่องพระเจ้าแผ่นดินเสด็จสังวาสกับนางนาค มีบอกไว้ในเอกสารจีน ของ โจว ต้า กวาน เมื่อ พ.ศ. 1839 (ก่อนสถาปนาอยุธยา พ.ศ. 1893)

          พระราชพิธีเบาะพก มีพรรณนาตอนหนึ่งโดยสรุปว่าให้บรรดาเมียข้าราชการผู้ใหญ่ถือสิ่งของต่างๆเข้าขบวนแห่ แต่มีอย่างหนึ่งว่าถือกระพัง ซึ่งผมยังอธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร?

          เพิ่งพบคำอธิบายจากหนังสือลายพระหัตถ์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงโต้ตอบกับพระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) (สำนักพิมพ์ศยาม พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2555) ที่ อ. สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ให้มาอ่านเมื่อไปทำบุญ 50 วัน ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ที่วัดทองนพคุณ ย่านคลองสาน ธนบุรี ดังมีข้อความพระสารประเสริฐ ทูลถามเมื่อ 22 พ.ค. 2478 จะยกมาดังนี้

          “ด้วยข้าพระพุทธเจ้าพบคำ ‘กระพัง’ ในกฎมณเฑียรบาลตอนพิธีเบาะพก ในกฎหมายราชบุรี เล่ม 2 หน้า 103 โดยความว่า เมียพระปุโรหิตถือเทียนทอง เมียพระพีรามถือสังข์ เมียพระมเหธรถือปลาทอง เมียพระพิเชฐถือเต่าทอง เมียพระเทพราชถือกระพัง เมียพระจักรปาณีถือพานข้าวตอก

          ต่อมา ข้าพระพุทธเจ้าได้ยินชาวบ้านกล่อมเด็กว่า กินกุ้งและกินกั้ง กินหอยกระพังและแมงดา คิดด้วยเกล้าฯ ว่า คำ ‘กระพัง’ นั้น จะเป็นหอยกระพังได้กระมัง เพราะเนื้อความในกฎมณเฑียรบาลตอนนั้นว่าด้วยสังข์ ปลา เต่า ล้วนสัตว์น้ำเป็นแถว ถ้าจะเติมหอยอีกอย่างหนึ่งก็จะไปกันได้ แต่ไม่ทราบเกล้าฯ ว่า ข้อความจะกินกันและชอบด้วยพระราชพิธีหรือไม่ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระปัญญาบารมีเป็นที่พึ่ง”

          ตอนแรกก็ไม่คิดว่าคำกระพัง หมายถึง หอย กระทั่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้านริศ ได้ชื่อหอยกระพง เมื่อเสด็จถึงชายทะเลหัวหิน จึงทรงอธิบายคำว่า กระพัง เป็นคำเดียวกับ กระพง หมายถึง หอย เช่น หอยกระพง (ลายพระหัตถ์ฉบับลงวันที่ 14 ก.ค. 2478) ความว่า

          “ครั้นเที่ยวมาถึงหัวหินอันเป็นที่ชายทะเล ผู้ที่มาด้วยเขาไปเก็บหอยกัน แล้วกลับมาพูดออกชื่อหอยนั่นหอยนี้ มีชื่อหอยกระพงขึ้นด้วย ทำให้สะดุดใจฉัน เห็นว่าจะเป็นหอยกระพังนั่นเอง หยด ยังเป็น หยัด เป็น หยาด ได้ ทำไมหอยกระพงจะเป็นหอยกระพังไม่ได้ หอยกระพงเป็นชนิดหอยกาบอย่างที่ฉันเดาพุ่งมาให้ท่านด้วย”

          อ่านแล้วใช่เลย ว่ากระพังในพระราชพิธีเบาะพกหมายถึงหอย ที่เมื่อก่อนเรียกหอยกระพัง แต่ทุกวันนี้เรียกหอยกระพง โดยไม่กำหนดตายตัวว่าต้อง หอยกระพัง, หอยกระพง ขอให้เป็นหอยก็แล้วกัน ซึ่งควรทำด้วยทอง เพื่อเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น สอดคล้องกับ ปลาทอง, เต่าทอง สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ของข้าวปลาอาหาร อันเป็นเป้าหมายของพิธีกรรมนี้

          สัตว์ศักดิ์สิทธิ์พวกนี้ สมเด็จฯ เจ้าฟ้านริศ ทรงบอกว่าเป็น“สิ่งที่เมียพราหมณ์ถือ”

          ย้อนอ่านบันทึกทูลถามของพระสารประเสริฐ ก็จะพบว่าบรรดาเมียคุณพระโน่นนี่นั่น ผมเพิ่งเข้าใจตอนนี้เองว่าเหล่านั้นล้วน“เมียพราหมณ์”