มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2555

 

          คนที่เกิดแล้วโตอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆของป่าดงกันดาร แล้วเต็มไปด้วยโจรปล้นสะดมทางจังหวัดชายแดนตะวันออกของกรุงเทพฯ

          แล้วต้องเป็นเด็กวัดอยู่ในวัดเล็กๆที่โบสถ์ไม้กำลังจะพังเพระเนระนาด เพราะฐานะครอบครัวขณะนั้นยากจนข้นแค้น

          เมื่อเกาะชายจีวรพระเข้ากรุงเทพฯ กว่าจะถึงต้องใช้เวลามากกว่า 12 ชั่วโมง ออกแต่เช้า กว่าจะเข้าถึงก็เย็นย่ำค่ำมืด

          เข้าเรียนโรงเรียนวัดจนจบมัธยมปลาย แล้วเข้ามหาวิทยาลัยขนาดเล็กสุดของไทย ด้วยอาการตื่นกลัวทุกอย่างว่าจะทำกิริยามารยาทผิดพลาดไม่ถูกต้องตามกฎกติกาทางสังคม

          เลยตระหนกตกประหม่าตื่นกลัวหัวหดที่จะต้องพูดคุยกับคนอื่น จนไม่กล้าเผชิญหน้ากับสังคมคนหมู่มาก แล้วยอมจำนนทุกอย่าง ไม่ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ไม่ได้ทำ

          ทุกอย่างที่เป็นสังคมคนหมู่มากเป็นน่ากลัวทั้งนั้น รวมถึงที่ประชุมในห้องประชุมก็กลัว จึงมักหลบหลีกปลีกตัวไปไกลๆ ให้พ้นๆ ความน่าสะพรึงกลัว

          แม้รู้ดีว่าลักษณะอาการอย่างนั้นไม่มีวันเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน แต่ก็ยินดีและไม่กลัวความไม่เจริญ เพราะดีกว่าต้องทุกข์ทรมานอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากซึ่งน่ากลัวอย่างยิ่ง

          ผลคือถูกกล่าวร้ายป้ายสีซ้ำซากในสิ่งที่ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติ แล้วไม่มีโอกาสอธิบายความจริงที่ไม่ได้ทำ เพราะตื่นกลัวและยอมจำนนนั่นเอง เลยตกทุกข์ได้ยากจนทุกวันนี้

          หนังสือพลังของคนเงียบ ในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด ของซูซาน เคน แปลโดยนงนุช สิงหเดชะ (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2555) เพิ่งวางตลาดเมื่อไม่นานนี้ บอกว่า

          คนที่ยอมจำนนแล้วชอบหลีกหนีสังคม เป็นบุคลิกภาพของคนเอเชียส่วนใหญ่ เรียกว่าพวกอินโทรเวิร์ต ตรงข้ามกับเอ็กซ์โทรเวิร์ต ซึ่งเป็นพวกตะวันตกส่วนใหญ่ และเป็นบุคลิกกระแสหลัก มีอิทธิพลแผ่ไปทั่วโลก ดังตัวอย่างคนอเมริกันทั่วไป

คุณเคยสำรวจตัวเองไหมว่าเป็นคนแบบไหน หากคุณรู้สึกจิตใจพองโตทุกครั้งที่ได้อยู่กับเพื่อนฝูง และทนอยู่คนเดียวนานๆ ไม่ได้ คุณอาจเป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต (extrovert) แต่หากคุณจะมีพลังกายพลังใจงอกงามได้ก็ต่อเมื่อปลีกวิเวกไปหาความสงบอยู่คนเดียว และชอบหลีกหนีการพบปะสังสรรค์กับคนกลุ่มใหญ่ ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนได้เลยว่าคุณคือคนอินโทรเวิร์ต (introvert) ซึ่งถือเป็นประชากร 1 ใน 3 ของโลก และเป็นพระเอก-นางเอกของหนังสือเล่มนี้

          คุณนงนุช ผู้แปลหนังสือเล่มนี้ เขียนคำนำอธิบายย่อๆว่าต้นเหตุที่คนอเมริกันจำเป็นต้องมีบุคลิกภาพแบบเอ็กซ์โทรเวิร์ต มาจากการเป็นสังคมอุตสาหกรรม

          คำนำสำนักพิมพ์ขยายความให้เข้าใจออกไปอีกว่า “ในโลกปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นยุคอุตสาหกรรมและบริโภคนิยม มีการผลิตสินค้าและบริการออกมาแข่งขันกันจำนวนมาก ก็ย่อมแน่นอนว่าหัวใจสำคัญคือการชักจูงโน้มน้าวให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าสินค้าและบริการนั้นจะเป็นมนุษย์หรือสิ่งของ

          นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความสามารถในการ ‘นำเสนอ’ (พรีเซนต์) สินค้าและบริการกลายเป็นค่านิยมหลักของประเทศอุตสาหกรรมโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และการจะนำเสนอได้ดีนั้นก็จำเป็นต้องมี ‘บุคลิกภาพ’ ที่น่าปรารถนา น่าชื่นชอบ ซึ่งก็คือต้องเป็นคนพูดเก่ง เข้าสังคมเก่ง มีความมั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งเรียกว่าบุคลิกภาพแบบเอ็กซ์โทรเวิร์ต (extrovert) อันเป็นบุคลิกภาพของ ‘เซลส์แมน’

          จึงไม่แปลกใจที่ในปัจจุบันเรามักจะได้เห็นว่าคนอเมริกันทุกเพศวัยจะต้องพยายามมีบุคลิกภาพที่ดูดี วางท่าทางมั่นใจในตนเอง พูดเก่ง ไม่เคอะเขินในการเข้าสังคม หรือประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งปัจจุบันบุคลิกภาพเช่นนี้ได้ส่งอิทธิพลแพร่หลายไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย และมันกลายเป็นบุคลิกภาพกระแสหลักที่สังคมส่วนใหญ่เห็นว่าดีกว่าบุคลิกภาพแบบตรงข้าม คืออินโทรเวิร์ต (introvert) ซึ่งก็คือลักษณะของคนพูดน้อย ขี้อาย เข้าสังคมไม่เก่ง และชอบใช้ความคิดอยู่ตามลำพัง”

          คนอินโทรเวิร์ตตามที่เขียนเล่ามาแต่ต้น ซึ่งชอบอยู่ตามลำพัง มีแต่พังทั้งลำ ไม่เห็นมีพลังอย่างชื่อหนังสือ}