มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2555

 

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร มีข่าวลงในมติชน จะขอคัดมาให้รู้ทั่วกันไว้ ก่อนดังนี้

          คนทั้งหลายเคยเตือนไว้ต่อเนื่องนานมาแล้ว ได้มีประจักษ์พยานให้เห็นเป็นจริงแล้วตามข่าวที่คัดมา ฉะนั้นต่อไปนี้เป็นความเห็นซ้ำซาก เพราะผลิตซ้ำ

          1. กรมศิลปากรบอกว่าได้รับงบฯ พัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไม่มาก จึงไม่สามารถทำได้ตามแผน

          นี่เป็นข้ออ้างทุกปี ใช้อ้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2510 เปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นทางการ หลังปรับปรุงครั้งใหญ่ แล้วของหายครั้งมโหฬาร ส่วนของที่เหลือก็พิสูจน์ยาก ว่าของแท้แค่ไหน?

          ทุกครั้งที่มีการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มักมุ่งพัฒนารูปแบบและเทคโนโลยี แต่ไม่พัฒนาเนื้อหา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะไม่มีคนเข้าชมเหมือนเดิม ไม่ว่าทุ่มเทงบประมาณ“ซื้อ”เทคโนฯมากขนาดไหน

          ข้อสำคัญคือเมื่อเสื่อมหรือเสีย ก็ไม่มีงบฯ ซ่อม ต้องปล่อยเป็นซากอนุสรณ์แห่งความล้มเหลว

          2. กรมศิลปากรบอกว่าต้องทบทวนเรื่องการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

          ควรรู้ด้วยว่าไม่ใช่ทบทวนการพัฒนาเพื่อชูจุดเด่นไว้รับผู้เข้าชมชาวต่างชาติ แต่ต้องทำเพื่อแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่คนในสังคมไทยเป็นสำคัญ อย่างอื่นเป็นแค่ผลพลอยได้ หรืออาจไม่เป็นผลอะไรเลยก็ได้

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย ไม่ใช่จุดขายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และอนาคตก็ไม่มีโอกาสเป็นจุดขายได้ (ตราบเท่าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อราชการ ไม่เพื่อราษฎร) กรมศิลปากรอย่าสำคัญตนผิด เรื่องนี้บริษัททัวร์รู้ดี เขาจึงตัดโปรแกรมเข้าชมทิ้งไป เพราะคิดว่าเสียเวลา และไม่มีอะไรน่าชม

          3. แนวทางที่กรมศิลปากรควรทบทวนอย่างยิ่งเป็นสิ่งแรก คือปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ

          จาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อราชการ

          เป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อราษฎร

          เลือกแนวทางพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะก็ได้ (เพราะทำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สังคมไม่ได้) แต่ต้องยกเลิกประวัติศาสตร์ศิลปะแบบอาณานิคม แล้วมุ่งแนวเปิดกว้างสร้างสรรค์ มีทั้งงานช่าง(ที่ชอบเรียกกันนักว่าศิลปะ)ของราชสำนักและของราษฎร (หรือของอำมาตย์และของไพร่) ที่แลกเปลี่ยนถ่ายทอดพึ่งพาซึ่งกันและกันทุกยุคทุกสมัย นับแต่ยุคสุวรรณภูมิ(ก่อนประวัติศาสตร์) สืบมาจนยุคปัจจุบัน

          แล้วสร้างหลักสูตรวิชาการจัดพิพิธภัณฑ์เสียใหม่

          จาก เก็บรักษาของเก่าเท่านั้น

          เป็น แหล่งเรียนรู้และแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ ให้รู้เขา รู้เรา รู้โลก และเก็บรักษาโบราณวัตถุ

          4. ความเป็นไปได้ในข้อ 3 ยังมองไม่เห็น พอถึงปีหน้าก็อ่านข่าวผลิตซ้ำอีกทีเหมือนปีนี้ว่ากรมศิลปากรจะทบทวนเรื่องการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ}