มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 9 ตุลาคม 2555

 

          ข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน ของ อ. เกษียร เตชะพีระ ในมติชนรายวัน (ฉบับวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555 หน้า 6) ผมอ่านแล้วเห็นว่ายอดเยี่ยมกระเทียมโทนโดนใจ ขออนุญาตสรุปย่อๆพอเป็นเครื่องแบ่งปันทั่วไป แล้วฉวยใช้งานต่อไปอีก

          นิติราษฎร์ ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมทางวิชาการทั่วๆ ไปของอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมดาๆ

          แต่เป็นตลาดวิชาการมวลชนที่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะอย่างหลากหลายกว้างขวาง โดยพิชิตทฤษฎีมาอธิบาย แล้วใช้งานได้จริงในปัจจุบันให้เห็นๆแก่ตาอย่างจะจะ

          ในกระบวนการนั้นมีบรรยากาศแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วปรับแนวคิดวิเคราะห์ครอบคลุมรอบด้านขึ้น

          ทำให้คนจำนวนไม่น้อย ไม่ต้องยอมจำนนทนอยู่ภายใต้การนำทางการเมืองแบบถูๆไถๆ เฮงๆ ซวยๆ ไปวันๆ

          ตลาดวิชาการมวลชนที่นิติราษฎร์เปิดออกไป ทำให้มวลชนรู้เท่าทันวัฒนธรรมการเมืองแบบเจ้าเล่ห์แสนกลของคนชั้นนำ “จนกลายสภาพเป็นพลังทางวัตถุผุดโผล่ขึ้นราวปีศาจ” ซึ่งพวก“หอคอยงาช้าง”ในแวดวงวิชาการมหาวิทยาลัยไม่คุ้นชิน เลยพากันวิตกอกใจ แล้วประหวั่นพรั่นพรึงเป็นล้นพ้น

          “นิติราษฎร์ เพื่อราษฎร” เป็นคำขวัญของนิติราษฎร์ ที่ควรแผ่กว้างออกจากธรรมศาสตร์ ไปถึงทั่วทุกสถาบัน และทุกสาขาวิชา เช่น

          รัฐศาสตร์เพื่อราษฎร, เศรษฐศาสตร์เพื่อราษฎร, วิทยาศาสตร์เพื่อราษฎร, วารสารศาสตร์และนิเทศศาสตร์เพื่อราษฎร, มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เพื่อราษฎร, ฯลฯ

          ไม่เว้นแม้โบราณคดีและประวัติศาสตร์เพื่อราษฎร

          โบราณคดีและประวัติศาสตร์ของไทย เป็นโบราณคดีและประวัติศาสตร์เพื่อราชการ ไม่เพื่อราษฎร ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์ไทยมีไว้เพื่อราชการ ไม่เพื่อราษฎร

          เห็นได้จากเนื้อหาเป็นเรื่องราวของราชธานี, ราชวงศ์, วัง, วัด โดยไม่มีท้องถิ่น, ชุมชน, บ้าน, เรือน, ผีฟ้าผีแถน, ผีบ้านผีเรือน, สามัญชน, แม่น้ำลำคลองหนองบึงบุ่งทาม, หุบเขาและทุ่งราบ, ข้าวปลาอาหาร, กินขี้ปี้นอน ฯลฯ

          ถ้าสังคมไทยกระตือรือร้นอยากรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวิถีชีวิตราษฎร พวกหอคอยงาช้าง“นักราชวิชาการ”จะไม่มีวันคิดกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ โดยอ้างว่า “ไม่ทำตามกระแส” แต่จะ“ทำตามวิชาการ” ซึ่งหมายถึงเพื่อราชการ ไม่เพื่อราษฎร

          นั่นคือโบราณคดีประวัติศาสตร์เพื่อราชการอย่างสุดจิตสุดใจเท่านั้น โดยไม่ยอมให้มีวิถีชีวิตราษฎรโผล่หัวออกมาเลย