มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555

 

          ร.5 เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า เมื่อ พ.ศ. 2451 ผ่านลำน้ำท่าว้า-ท่าคอย (เป็นแม่น้ำท่าจีนเดิม) เมืองสุพรรณบุรี

          คราวนั้นทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงเรื่องท้าวอู่ทอง เมืองอู่ทอง ว่าไม่ใช่พระเจ้าอู่ทองสร้างอยุธยา มีความตอนหนึ่งว่า “อู่ทองที่หนีห่า ไม่ใช่อู่ทองที่ไปเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงเก่า”

          แต่ไม่มีใครได้ยินเนื้อความในพระราชหัตถเลขา ร.5 นี้

          กรมศิลปากร ยึดถือเป็นที่ยุติในพระนิพนธ์เรื่องเมืองอู่ทอง ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จประพาสเมืองอู่ทอง เมื่อ พ.ศ. 2446 ใครจะละเมิดคิดเป็นอื่นมิได้ มีสาระสำคัญว่าพระเจ้าอู่ทองเสวยราชย์ที่เมืองอู่ทองนี้ก่อน อยู่มาห่าลงกินเมือง พระเจ้าอู่ทองจึงพาผู้คนหนีห่า ย้ายไปสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ. 1893

          กระทั่ง พ.ศ. 2507-2509 กรมศิลปากรเชิญ ศ. ช็อง บัวเซอลีเยร์ ชาวฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์อุษาคเนย์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาแนะนำการขุดแต่งโบราณสถานและขุดค้นเมืองอู่ทอง

          แต่ ศ. บัวเซอลีเยร์ไม่สรุปว่าพระเจ้าอู่ทองครองเมืองอู่ทองก่อนไปสร้างอยุธยา หลักฐานต่างๆทางประวัติศาสตร์โบราณคดีล้วนมีไปในทิศทางเดียวกัน ดัง ศ. ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงมีพระนิพนธ์สรุปว่า

          “หลักฐานโบราณคดีได้พิสูจน์แล้ว ว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ไม่ได้เสด็จมาจากเมืองอู่ทอง ในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี” (โบราณวิทยาเรื่องเมืองอู่ทอง กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2509 หน้า 103)

          นับแต่ ศ. บัวเซอลีเยร์ และ ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ไม่สนับสนุนแนวคิดในพระนิพนธ์สมเด็จฯ (แต่สอดคล้องพระราชหัตถเลขา ร.5 โดยบังเอิญ) กรมศิลปากรก็ห่างเหินการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมืองอู่ทอง แม้จะทำบ้างก็เป็นลักษณะงานรูทีน โดยไม่ให้ความสำคัญเหมือนช่วงทศวรรษแรก ระหว่าง พ.ศ. 2500-2510

(ขวา) ศ. ช็อง บัวเซอลีเยร์ กับ (ซ้าย) ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล และนักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร คราวขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี (ราว พ.ศ. 2512?)

          ในที่สุดเมืองอู่ทองก็ถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะคูน้ำคันดินถูกทำลายเกือบจะกลายเป็นป่าดงรกชัฏ นักโบราณคดีไม่พูดถึง ผมเคยร้องขอหลายอธิบดีฯ ก็ไม่มีเคลื่อนไหว

          หลัง พ.ศ. 2550 คุณบรรหาร ศิลปอาชา กับ คุณขรรค์ชัย บุนปาน ร่วมกันชักชวนหน่วยราชการและประชาชนเริ่มปรับปรุงเมืองอู่ทองและปริมณฑลขึ้นใหม่

          มติชน โดยคุณขรรค์ชัย สนับสนุนทุนสำรวจให้ อ. สุรพล นาถะพินธุ และ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ อดีตอาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ตรวจสอบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีลุ่มน้ำทวน-ลุ่มน้ำจระเข้สามพัน เมื่อ พ.ศ. 2552 แล้วพบว่าเมืองอู่ทองไม่เคยร้างไปอย่างที่มีนักโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์อธิบายมาก่อน แต่สืบเนื่องตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิ, ทวารวดี, ขอม, จนถึงยุคสุพรรณภูมิ, อยุธยา

          ล่าสุดอาสาสมัครชาวอู่ทองร่วมกันสำรวจพบร่องรอยการใช้วัฒนธรรมหินตั้ง บนเขาพุหางนาค ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นวัฒนธรรมร่วมทั้งอุษาคเนย์ (ที่กำลังจะรวมกันเป็นประชาคมอาเซียน)

          แม้ยังมีความเห็นทางวิชาการต่างกันเรื่องหินตั้ง แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมไทย ขอให้ชาวบ้านชาวเมืองทั้งในอู่ทองและที่อื่นๆติดตามความรู้ให้เท่าทันเท่านั้น โดยไม่ต้องยืนข้างใดข้างหนึ่ง

          ชาวอู่ทอง, ชาวสุพรรณ, ตลอดจนชาวบ้านประชาชนคนทั่วไปในไทยจะหวังอะไรจากราชการอย่างเดียว คงไม่รอด ดังมีประจักษ์พยานชัดเจนแล้ว

          ดังนั้นต้องร่วมกันดูแลรักษาและศึกษาเมืองอู่ทอง ต้นทางประวัติศาสตร์ไทยและอุษาคเนย์ด้วยตนเอง ตามวิถีท้องถิ่นจัดการตนเอง ถึงจะสำเร็จ} else {