มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2555

 

          กำแพงเพชร หมายถึงเมืองที่มีกำแพงและป้อมปราการมั่นคง แข็งแรง แกร่งกล้าราวกับเพชร

          มีร่องรอยและหลักฐานว่ามีชุมชนบรรพชนคนกำแพงเพชร ราว 2,500 ปีมาแล้ว อยู่สองฟากแม่น้ำปิง บริเวณเขากะล่อน บ้านหาดชะอม ต. ป่าพุทรา อ. ขาณุวรลักษบุรี จ. กำแพงเพชร

          ประวัติศาสตร์ไทยของทางการ บอกว่าต้นวงศ์พระเจ้าอู่ทอง สร้างกรุงศรีอยุธยาสืบพระเจ้าพรหม จากโยนกเชียงราย ลงมาทางเมืองกำแพงเพชร มีในพระนิพนธ์ (พ.ศ. 2457) พงศาวดารสยามเมื่อก่อนพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยา มีในคำอธิบายพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา จะคัดมาดังนี้

          “เรื่องที่ต้นวงษ์ของพระเจ้าอู่ทองอพยพลงมาอยู่ข้างฝ่ายใต้ มีเนื้อความในหนังสือตำนานโยนก กับราชพงษาวดารสังเขปของกรมสมเด็จพระปรมานุชิตฯ กล่าวยุติต้องกันว่า

          เมื่อราวปีจอจุลศักราช 550 พ.ศ. 1731 มีพระเจ้าแผ่นดินไทยองค์ 1 เปนเชื้อวงษ์ของพระเจ้าพรหม ผู้ที่ปราบปรามขอม แผ่อาณาจักรไทย ได้มณฑลพายัพลงมาจนแดนชเลียงเปนคราวแรก พระเจ้าแผ่นดินผู้เปนเชื้อพระวงษ์ที่ว่านี้ มีนามว่าพระเจ้าไชยศิริ ได้ครองเมืองฝางในมณฑลพายัพทุกวันนี้ มีข้าศึกในรามัญประเทศยกมาตีเมือง

          พระเจ้าไชยศิริสู้ข้าศึกไม่ได้ อพยพหนีข้าศึกลงมาข้างใต้ มาพบเมืองร้างชื่อเมืองแปบ อยู่ในแขวงเมืองกำแพงเพ็ชร จึงมาตั้งภูมิลำเนาเอาเมืองแปบเปนราชธานี เรียกชื่อว่าเมืองไตรตรึงษ์

          พระเจ้าไชยศิริครองเมืองแปบอยู่จนทิวงคตแล้วเชื้อพระวงษ์ได้ครองราชสมบัติสืบมาอิก ๔ ชั่ว ล่วงเวลาประมาณ 160 ปี จึงได้เกิดพระเจ้าอู่ทอง”

          สมเด็จฯ ยังทรงอธิบายเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง แต่อยู่ในประเด็นเดียวกัน

          อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ อดีตผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดี กรมศิลปากร (ขณะนี้เป็นที่ปรึกษากรมศิลปากร) ตรวจสอบเอกสารโบราณต่างๆ เทียบกับภูมิประเทศแล้ว พบว่าเส้นทางในตำนานและพงศาวดาร ไม่ลงทางแม่น้ำปิงถึงกำแพงเพชร แต่ไปทางแม่น้ำน่าน ที่ จ. อุตรดิตถ์ ซึ่งมีร่องรอยเรื่องราวหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีมากมายกว้างขวางรองรับตั้งแต่ยุคแรกๆราว 2,000 ปีมาแล้วเป็นอย่างน้อย สืบเนื่องจนถึงยุคทวารวดี, ยุคอยุธยา, ยุคสุโขทัย

          มีรายละเอียดที่แสดงความก้าวหน้าทางวิชาความรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายไปมาของกลุ่มชนตระกูลไทย-ลาว และอื่นๆ ซึ่งจะมีพัฒนาการเป็นคนไทยในประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง ไม่เลื่อนลอยเพ้อเจ้อเหมือนคนไทยมาจากอัลไต, น่านเจ้า, ฯลฯ ที่โน่นที่นั่นวุ่นวายไปหมด

เมืองราดฯ โดย พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ล่าสุด พ.ศ. 2555 มีคุณค่ามหาศาลต่อประวัติศาสตร์ไทย

          อ. พิเศษ เขียนอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วนเหล่านี้อยู่ในหนังสือชื่อ เมืองราด ของพ่อขุนผาเมืองกรุงสุโขทัย และรอยเชื่อมในประวัติศาสตร์ไทย

          กรมศิลปากร โดยอดีตอธิบดีโสมสุดา ลียะวณิช ให้พิมพ์มาแบ่งปันเผยแพร่ ตั้งแต่เริ่มเข้ารับตำแหน่งอธิบดี มาเสร็จเป็นเล่มในสัปดาห์สุดท้ายก่อนเกษียณอายุ (30 กันยายน 2555) พอดิบพอดี ถือเป็นสิริมงคล

          นับแต่สมเด็จฯ ทรงมีพระนิพนธ์พงศาวดารสยาม จนถึง อ. พิเศษ มีบทความวิชาการเรื่องเมืองราด ห่างกัน 100 ปี ถือเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ที่กรมศิลปากรสร้างคุณูปการไว้อย่างยิ่งยวด (อาจมีเรื่องอื่นๆอีก แต่ไม่มีใครรู้) ซึ่งควรสร้างสรรค์ความก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ แล้วแบ่งปันเผยแพร่สม่ำเสมอ

           กรมศิลปากรควรเชิญนักวิชาการจากสถาบันต่างๆมาเสวนาวิชาการเรื่องนี้ จะได้ทักท้วงถกเถียงให้ลึกซึ้งออกไปยิ่งกว่านี้}} else {