มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2555

 

          สุโขทัยเมืองเก่า ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขา อยู่ห่างไกลจากแม่น้ำยมราว 12 กิโลเมตร

          เหตุที่เมืองสุโขทัย(เก่า) ไม่ตั้งอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำยม เหมือนเมืองโบราณอื่นๆ เพราะคนโบราณยุคพระร่วงแรกสร้างรู้ดีว่าบริเวณตรงนั้นเป็นแอ่งที่ราบลุ่มต่ำ ถึงฤดูฝนจะมีน้ำหลากไหลมารวมในแอ่งกลายเป็นหนองบึงขนาดใหญ่เหมือน“ทะเลหลวง”(ในศิลาจารึกสมัย ร.3) ตั้งบ้านเรือนอยู่ไม่ได้ ใครขืนตั้งก็จมน้ำท่วมตาย จึงหลีกเลี่ยงไปไกลๆ ถึงบริเวณเชิงเขาทางทิศตะวันตก

          เมืองสุโขทัย(เก่า) มีลำน้ำเล็กๆผ่าน ชื่อคูแม่ลำพัน ไหลลงแม่น้ำยมที่ห่างออกไป พระร่วงจึงให้สร้างทำนบเก็บกักและเบี่ยงเบนน้ำป่าจากทิวเขาด้านตะวันตก ให้ไหลทยอยไปไว้ในคูเมือง แล้วซึมไปลงตระพังน้ำข้างในเมือง

          ครั้นฤดูแล้งก็แล้งน้ำตามธรรมชาติ คนยุคสุโขทัยจึงขุดสระน้ำที่เรียกตระพัง ไว้ทำพิธีกรรมในวังและวัดที่อยู่ภายในคูน้ำคันดินรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบ โดยขุดบ่อกลมกรุด้วยอิฐและหินไว้ให้ใช้ในบ้านเรือนขุนนางและผู้ดีมีตระกูล

          สระน้ำที่เรียกตระพังต่างๆซึ่งมีในบริเวณคูน้ำคันดินเมืองสุโขทัยเก่า จึงไม่ได้ขุดไว้ให้ลอยกระทงที่นางนพมาศประดิษฐ์ขึ้นถวายพระร่วง

          เพราะเรื่องนางนพมาศหรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นวรรณกรรม“นิยาย” แต่งในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แผ่นดิน ร.3-4 ไม่เคยมีจริงยุคสุโขทัย

          แม่น้ำยมมีน้ำมากหลากท่วมในหน้าฝน แล้วแห้งขอดเห็นท้องน้ำในหน้าแล้ง ก็เหมือนแม่น้ำลำคลองทั่วไปทั้งในไทยและในเพื่อนบ้าน รวมทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำโขง

          น้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นที่รับรู้ทั่วไป คนแต่ก่อนมีคำท้องถิ่นทางเหนือเรียก น้ำถุม แปลว่า น้ำท่วม อ. ประเสริฐ ณ นคร บอกว่ามีชื่อกษัตริย์ศรีสัชนาลัยสุโขทัยในจารึกและพงศาวดารว่าพระยางั่วนำถุม (งั่ว แปลว่า ลูกชายคนที่ 5, นำถุม แปลว่า น้ำท่วม) หมายถึงลูกชายคนที่ 5 ชื่อน้ำท่วม (เพราะเกิดปีน้ำท่วม?)

          ในตำนานเมืองศรีสัชนาลัย มีเรื่องหนึ่งเล่าว่าพระร่วงองค์หนึ่งลงเล่นน้ำยมที่แก่งหลวง แล้วจมน้ำตาย

          น้ำยมท่วม จึงไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ประหลาด

          แต่คนมาตั้งบ้านเมืองอยู่ใหม่ตรงน้ำยมท่วมมาก่อนเก่าต่างหาก ต้องร่วมกันเรียนรู้ธรรมชาติด้วยความเคารพว่าน้ำมาจากไหน? มาทางไหน? จะไปไหน?

          แล้วเรียนรู้หาลู่ทางหลีกเลี่ยงไม่ตั้งบ้านเรือนหรือทำสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำหลากไหล

          หรือผ่อนคลายและผ่อนปรนด้วยการทำที่พักน้ำย่อยๆเป็นระยะๆ ดังเครือข่ายภาคประชาชนนำเสนอไว้หลายอย่างนานหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยและผู้มีอำนาจวาสนาไม่ฟัง ดันทุรังจะสร้างเขื่อนใหญ่ๆอย่างเดียว

          แต่ทางเลือกยังไม่หมด ยังมีอีกเรียก อ่างพวง จะคัดข่าวในโพสต์ ทูเดย์ (ฉบับวันอังคารที่ 18 กันยายน 2555 หน้า 1) มาดังนี้

          นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ เสนอให้รัฐบาลน้อมนำกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) เพื่อนำมาบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยม แทนการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่จะส่งผลกระทบหลายด้าน

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งเรื่องโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำมาตลอด ซึ่งเป็นการสร้างอ่างเก็บน้ำย่อยหลายจุด โดยมีการเชื่อมต่อกัน ซึ่งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ยังไม่ได้หารือกันในเรื่องนี้” นายรอยลกล่าว} else {