Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21  กันยายน 2555

 

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เชื่อถือตามพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่าพระเจ้าอู่ทองเสวยราชย์เมืองอู่ทองที่สุพรรณฯก่อน อยู่มาห่าลงกินเมือง จึงพาผู้คนหนีห่าย้ายไปสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

          นายกเทศมนตรีตำบลอู่ทอง นิยม ภานุมาสวิวัฒน์ อยากรู้เรื่องเมืองอู่ทอง มาจากไหน? แล้วอยากให้คณะครูกับคนอื่นๆที่สนใจได้รู้เรื่องด้วย เลยชวนไปเล่าให้ฟังที่ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

          ผมเลยต้องทบทวนอ่านเอกสารเกี่ยวกับเมืองอู่ทองและเมืองสุพรรณบุรี แล้วพบโดยบังเอิญเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า

          ร.5 เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า เมื่อ พ.ศ. 2451 ทรงมีพระราชหัตถเลขาเรื่องเมืองอู่ทอง ว่า พระเจ้าอู่ทอง สร้างอยุธยา ไม่เกี่ยวกับท้าวอู่ทอง เมืองอู่ทอง ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี มีความตอนหนึ่งดังนี้

          “อู่ทองที่หนีห่าไม่ใช่อู่ทองที่ไปเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงเก่า เป็นอู่ทององค์อื่น อู่ทองมีหลายองค์เป็นตำแหน่งเจ้า”

          ครั้นหลัง พ.ศ. 2500 มีนักปราชญ์และนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศค้นคว้าวิจัยทางประวัติศาสตร์โบราณคดี แล้วสรุปสอดคล้องพระราชหัตถเลขา ร.5 ว่ากรุงศรีอยุธยามีขึ้นจากพัฒนาการทางเศรษฐกิจการเมืองของรัฐละโว้ (ลพบุรี) และรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ไม่กี่ยวกับท้าวอู่ทอง เมืองอู่ทอง ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

          ศิลปะอู่ทอง และ พระพุทธรูปอู่ทอง ไม่เกี่ยวกับชื่อเมืองอู่ทอง ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิ ราวเรือน พ.ศ. 1 สืบเนื่องถึงยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 จนถึงราว พ.ศ. 1600

          แต่ศิลปะอู่ทองและพระพุทธรูปอู่ทอง มีอายุหลังลงมาอีก กล่าวคือหมายถึงงานช่างที่กำหนดอายุได้ก่อน (พ.ศ. 1893) พระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยา ราว 100 ปี ลงมาจนถึงช่วงต้นของสมัยอยุธยา โดยสร้างตามงานช่างแบบขอม ผสมกับแบบทวารวดี ราวระหว่าง พ.ศ. 1800-2000

          และเมืองอู่ทองก็ไม่ใช่ศูนย์กลางของศิลปะอู่ทองด้วย เพราะพบศิลปะอู่ทองอยู่ในแถบเมืองสุพรรณบุรี-สรรคบุรี-ชัยนาทมากกว่า

          ด้วยเหตุนี้จึงมีนักวิชาการเห็นว่าไม่ควรใช้คำว่าสมัยหรือแบบอู่ทอง เพราะจะทำให้สับสนปนกับชื่อเมืองอู่ทองยุคสุวรรณภูมิ-ทวารวดี ระหว่าง พ.ศ. 1000-1600 แต่ควรเรียกชื่ออื่น เช่น สกุลช่างอโยธยา, สกุลช่างสุพรรณบุรี-สรรคบุรี

          (สรุปจากหนังสือศิลปอู่ทอง ของมานิต วัลลิโภดม กรมศิลปากรพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2510 และศิลปะในประเทศไทย ของ ศ. ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล มหาวิทยาลัยศิลปากร พิมพ์ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2550)

          ถนนท้าวอู่ทอง เป็นแนวคันดินเพื่อการชลประทาน ที่คนยุคทวารวดีก่อพูนขึ้นเป็นทำนบและคูน้ำ ใช้เบี่ยงเบนทิศทางน้ำไหลไปตามต้องการเพื่ออุปโภคบริโภค แล้วคนสมัยหลังไม่รู้ว่าเป็นคันทำนบน้ำ จึงเรียกถนนท้าวอู่ทอง (แต่ที่จริงไม่ใช่ถนนเพื่อการคมนาคมอย่างทุกวันนี้) ในเขตเมืองอู่ทอง เท่าที่พบแล้วมี 2 แนว คือ

          แนวแรก อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองอู่ทอง ทำแนวเหนือ-ใต้ ระหว่างเขาโถปิดทอง กับเขาตาแก้ว ยาวราว 1 กิโลเมตร อีกแนวหนึ่ง อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอู่ทอง ใกล้บริเวณคอกช้างดิน

          คอกช้างดิน เป็นอ่างเก็บน้ำแบบที่เรียก “บาราย” ใช้กักเก็บน้ำบนผิวดิน แล้วทำคันดินยกขอบล้อมรอบ โดยไม่ขุดเจาะลึกลงไป

          เท่าที่สำรวจพบแล้วมี 4 แห่ง ตั้งอยู่บนพื้นที่ต่างระดับกัน ใกล้ทางน้ำไหลลงมาจากเขาคอกทางทิศเหนือ

          (สรุปจากหนังสือประวัติศาสตร์โบราณคดี : เมืองอู่ทอง ของศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549)}d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);