Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2555

 

          “ผู้ที่จะเป็นอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่ จะต้องสามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้ทันสมัยมากขึ้น ทำให้กรมศิลปากรมีภาพลักษณ์ที่มากกว่าการเป็นหน่วยงานเพื่อบูรณะโบราณสถาน”

          นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว. วัฒนธรรม (วธ.) บอกไว้ก่อนเสนอชื่ออธิบดีกรมศิลปากรให้ที่ประชุม ครม. แต่งตั้ง (ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 11 กันยายน 2555 หน้า 15)

          ตรงนี้รัฐมนตรีสุกุมลพูดดี แต่จะได้อธิบดีตามที่พูดไว้หรือไม่? เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยแสดงว่าซาบซึ้งรสชาติงานกรมศิลปากรแจ่มแจ้งทีเดียว

          ลักษณะ“ทันสมัย”ของผู้บริหารระดับสูง ไม่ว่ากรมศิลปากร หรือกระทรวงทบวงกรมไหนๆ คือ ไม่เป็นข้าศึกหรือปฏิปักษ์ต่อความเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่าและถูกต้องกว่า

          พิพิธภัณฑ์, โบราณคดี, หอสมุด, หอจดหมายเหตุ นาฏศิลป์และดนตรี, วรรณกรรมและประวัติศาสตร์, ฯลฯ เป็นงานสำคัญๆในกรมศิลปากร สังกัด วธ. ที่ล้วนมีเนื้อหาเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเอง แล้วกว้างขวางครอบคลุมไปถึงสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเมือง อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ทั้งของไทยและของอาเซียน

          แต่ที่ผ่านมากรมศิลปากรทำเฉพาะอดีต แล้วยังเป็นอดีตบิดเบี้ยวและเป็นข้าศึกของความเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งดีกว่าถูกต้องกว่าเสียด้วย โดยไม่มีปัจจุบันและอนาคต

          หลังจาก วธ. แถลงผลงานในรอบ 1 ปี มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่างานยังไม่เป็นรูปธรรม เพราะเน้นแต่จัดงานอีเวนต์ จึงออกข่าวว่าจะแก้ไขการทำงานให้เป็นรูปธรรมขึ้นโดยการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเน้นพัฒนาภูมิปัญญาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าจากภูมิปัญญาชุมชนในงานมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดภาคใต้

          ในบรรดาหน่วยราชการด้วยกันแล้วพื้นที่จำหน่ายสินค้าน่าจะมีมากและกว้างขวางอยู่ในหน่วยงานของ ก. พาณิชย์ และ ก. มหาดไทย หรืออื่นๆที่ไม่ใช่ วธ.

          แต่ วธ. เองมีพื้นที่มากและกว้างขวางทางด้านอื่น จะปิดไว้ทำไม? เช่น พื้นที่ความจริงทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและวัฒนธรรม(ในความหมายกว้าง ไม่ใช่ความหมายแคบๆที่ใช้มานาน)

          รมต. สุกุมล ควรให้ วธ. เปิดพื้นที่ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญมากๆเรื่องหนึ่งของปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

          คือ เรื่องรัฐสุโขทัยมีอาณาเขตครอบครองถึงคาบสมุทรมลายู รวมรัฐปัตตานีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่เคยมีหลักฐานอย่างนั้น (ยกเว้นการตีความศิลาจารึกที่ถูกทำขึ้นใหม่อย่างคลุมเครือสมัย ร.3 ที่ไม่ควรเอามาอ้าง)

          ถ้าเปิดพื้นที่ความจริง ว่าปัตตานีเป็นรัฐเอกราช จนถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามในสมัย ร.1 กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดียืนยันครบถ้วน ให้ไทยแสดงออกมาสู่สาธารณะอย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศและทั่วโลก เชื่อว่าเงื่อนไขความรุนแรงจะค่อยๆลดลง เพราะความเข้าใจดีต่อกันจะมีมากขึ้น แล้วเปิดช่องให้มีการพูดจาเรื่องสันติภาพได้มากขึ้น

          นี่คือความทันสมัยของอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่ และนี่คืองานรูปธรรมที่ไม่ใช่งานอีเวนต์ของ วธ.

          ความทันสมัยอย่างนี้เองที่ไม่เป็นข้าศึกหรือปฏิปักษ์ต่อความเปลี่ยนแปลง}