Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 14  กันยายน 2555

 

          แม่น้ำยม ไหลผ่านศูนย์กลางสุโขทัย ซึ่งเป็นรัฐในอุดมคติของไทย

          แต่ไทยเกือบไม่รู้จักและไม่คุ้นเคยแม่น้ำยม เพราะเรียนประวัติศาสตร์จากท่องจำ เชื่อคำสอน โดยไม่ทำความเข้าใจภูมิศาสตร์และภูมิประเทศจริงๆของที่ไหนๆ

          การท่องเที่ยวไม่ได้มีดีอยู่แค่การสร้างรายได้เท่านั้น แต่ควรเป็นเครื่องมือแบ่งปันความรู้ภูมิประเทศและประวัติศาสตร์จากสถานที่จริงพร้อมกันไปด้วย ซึ่งดีกว่าและสนุกสนานรื่นรมย์กว่าเรียนในห้องเรียน

          ก. ศึกษาฯ ควรปรับการเรียนการสอนให้ทันสมัยโดยใช้การท่องเที่ยวมาสนับสนุน ส่วน ก. วัฒนธรรมควรปรับวิธีคิดและวิธีทำให้ทันสมัยอย่างมีพัฒนาการก้าวหน้าไปด้วยกันได้กับสังคมที่เคลื่อนไหวไม่หยุด

          จะได้รู้ว่าเขื่อนแม่น้ำยมไม่ใช่ทางเดียวเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกับภัยแล้งซ้ำซาก แต่ยังมีทางเลือกอื่นที่ดี แล้วคุ้มค่ากว่า

          แม่น้ำยมมีต้นน้ำเกิดจากลำน้ำเล็กๆหลายสายจากดอยสันปันน้ำ และดอยยอดภูรังกา ในเขต อ. ปง แล้วไหลลงทางทิศใต้ ผ่าน อ. เชียงม่วน จ. พะเยา

          เข้าเขต จ. แพร่ ผ่านอำเภอต่างๆ คือ อ. สอง, อ. ร้องกวาง, อ. เมืองแพร่, อ. สูงเม่น, อ. เด่นชัย, อ. ลอง, อ. วังชิ้น

          เข้าเขต จ. สุโขทัย ผ่านอำเภอต่างๆ คือ อ. ศรีสัชนาลัย, อ. สวรรคโลก, อ. ศรีสำโรง, อ. เมืองสุโขทัย, อ. กงไกรลาศ

          เข้าเขต จ. พิษณุโลก ผ่าน อ. บางระกำ

          เข้าเขต จ. พิจิตร ผ่านอำเภอต่างๆ คือ อ. สามง่าม, เป็นเส้นแบ่งเขต อ. เมืองพิจิตร กับ อ. โพธิ์ประทับช้าง, แล้วผ่าน อ. โพทะเล

          เข้าเขต จ. นครสวรรค์ ผ่าน อ. ชุมแสง รวมกับแม่น้ำน่าน (ก่อนถึงปากน้ำโพ) ที่บ้านเกยไชย ต. เกยไชย อ. ชุมแสง จ. นครสวรรค์

          รวมแล้วแม่น้ำยมยาว 700 กิโลเมตร มี 11 ลุ่มน้ำสาขา เช่น แม่ลำพัน, แม่มอก, แม่งาว, น้ำปี้, ฯลฯ

          เขื่อนกั้นแม่น้ำยม ถ้าจะสร้างก็ไม่ได้แก้ปัญหาลุ่มน้ำยม (สุโขทัย, พิษณุโลก) ให้พ้นจากน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก เพราะเขื่อนอื่นๆที่มีมาก่อนก็แก้ปัญหาลุ่มน้ำนั้นๆไม่ได้ครบถ้วน กลับมีภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

          ถ้าฝนตกใต้เขื่อนลงมาก็พาน้ำท่วมสุโขทัยและท้องที่สองฟากน้ำยมต่ำจากนั้นลงไปได้ ดังเห็นๆกันอยู่ แล้วก็รู้ๆกันทุกปีมาแต่โบราณกาล

          อย่างน้อยยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วง ร.3 ก็รู้ดีว่าบริเวณ อ. เมือง สองฝั่งแม่น้ำยมในหน้าน้ำทุกปีจะมีน้ำท่วมนองเป็น“ทะเลหลวง” ดังบอกไว้ในจารึกพ่อขุนรามคำแหง

          องค์กรภาคประชาชนเสนอทางแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างยั่งยืนของลุ่มน้ำยม เช่น

          1. ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 2. กักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาลุ่มน้ำยม มี 77 สาขา 3. สร้าง “หนึ่งตำบล หนึ่งแหล่งกักเก็บน้ำ” ในลุ่มน้ำยมมี 98 ตำบล 4. ขุดลอกตะกอนแม่น้ำยม 5. ฟื้นฟูที่ราบลุ่มน้ำยม เช่น ขุดลอกคูคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำกับหนองบึง, ยกถนนให้สูงขึ้น หรือเจาะถนนไม่ให้กีดขวางทางน้ำ 6. สนับสนุนสร้างฝายต้นน้ำ, ฝายทดน้ำ, ฝายกักเก็บน้ำ, บ่อหรือสระน้ำในไร่นา ฯลฯ

          ลงมือทำอย่างนี้ก่อน แล้วปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมแก้ไขไปทุกปีก็ได้ เพราะใช้เงินไม่มาก

          ที่สำคัญคือดีกว่าใช้เงินเป็นพันล้านหมื่นล้านผลาญป่าต้นน้ำพินาศ เสียค่าคอมมิสชั่นกับคอร์รัปชั่นมหาศาล แต่ไม่ได้ผล แล้วแก้ไขเอาคืนไม่ได้เลย} else {document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);