Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2555

 

         เกาะเสม็ด (อ. บ้านเพ จ. ระยอง) ถูกสร้างคำอธิบายใหม่โดยนักค้นคว้าและนักวิชาการด้านภาษาและวรรณกรรมไทยให้เป็น“เกาะแก้วพิสดาร” ในนิทานกลอนเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่

         ทั้งนี้ ด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าสุนทรภู่เกิดที่บ้านกร่ำ เมืองแกลง ระยอง แล้วใช้อ่าวไทยเป็นฉากเรื่องพระอภัยมณี จึงมีผู้สร้างรูปปั้นตัวละคร เช่น พระอภัยมณีเป่าปี่, นางผีเสื้อสมุทร, นางเงือก, ฯลฯ เพื่อติดตั้งสร้างบรรยากาศ(ปลอมๆ)ให้สถานที่ท่องเที่ยวที่คิดเองว่าเกี่ยวข้อง

         แต่หลักฐานประวัติศาสตร์ไม่สนับสนุนคำอธิบายใหม่ เพราะตัวบทโคลงกลอนของสุนทรภู่เองระบุชัดเจนว่าเกิดที่วังหลัง แล้วอยู่กับแม่ในเรือนแพปากคลองบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

         พระอภัยมณี มีระบุในเล่มว่าทั้งเรื่องใช้ฉากทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ชายฝั่งเมืองถลาง(เกาะภูเก็ต)ลงไปตลอดแหลมมลายู ถึงหมู่เกาะชวา-สุมาตราของอินโดนีเซีย จนถึงหมู่เกาะนิโคบาร์-อันดามันของอินเดีย และเกาะลังกาของศรีลังกา

         เกาะแก้วพิสดาร น่าจะเป็นเกาะในจินตนาการของสุนทรภู่ อยู่ทะเลอันดามันตอนล่างๆแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเกาะเสม็ดในอ่าวไทย

         กรณีความเชื่อว่าเกาะเสม็ดที่ระยองเป็นเกาะแก้วพิสดารในพระอภัยมณี ไม่ได้มาจากนิทานพื้นบ้านดั้งเดิม (เหมือนนิทานตาบ้องไล่ ยายรำพึง) แต่ถูกสร้างใหม่จากการค้นคว้าวิจัยบกพร่องของนักค้นคว้าและนักวิชาการยุคก่อนหน้านี้

         ดังนั้นถ้ายังอยากให้มีรูปปั้นตัวละครในพระอภัยมณีเอาไว้ดึงดูดหลอกนักท่องเที่ยว ก็ควรมีมิวเซียมเล็กๆอธิบายบอกเล่าความผิดพลาดไว้ด้วย เรียกมิวเซียมแห่งความผิดพลาด

         คุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ท้วงติงคำอธิบายรูปประกอบลายเส้น คอลัมน์สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม เรื่องไล่น้ำ, ฟันน้ำ เห่เรือขอขมาให้น้ำลดลงบาดาล ในมติชนรายวัน (ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2555 หน้า 20) แล้วเขียนบอกข้อมูลถูกต้องขึ้นเฟซบุ๊ก ผมขออนุญาตเอามาเผยแพร่แก้ไขข้อผิดพลาดด้วยความขอบพระคุณอย่างที่สุด ต่อไปนี้

         ภาพประกอบบทความ “ไล่น้ำ, ฟันน้ำ เห่เรือขอขมา ให้น้ำลดลงบาดาล” ข้อความใต้ภาพเขียนว่า “กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นพิธีกรรมทางน้ำของรัฐนาฏกรรมที่พระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงศรีอยุธยาต้องเสด็จไปทำพิธี เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ให้ราชอาณาจักร ภาพลายเส้นฝีมือชาวยุโรปที่เข้ามาสมัยแผ่นดินพระนารายณ์ฯ” (บทความและคำบรรยายภาพเข้าใจว่าปรับปรุงจากหนังสือ “เรือพระราชพิธี และเห่เรือ มาจากไหน?” ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ)

         คำบรรยายข้างต้นไม่น่าจะถูกต้องนัก ข้อเท็จจริงคือภาพนี้วาดโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach (20 กรกฎาคม พ.ศ. 2199-5 เมษายน พ.ศ. 2266) สถาปนิกชาวออสเตรีย แทรกอยู่ในหนังสือ Entwurf einer historischen Architektur พิมพ์ที่กรุงเวียนนา ในปี พ.ศ. 2264 ผู้วาดไม่เคยเดินทางเข้ามาในสยาม และในสมัยพระนารายณ์เขาทำงานอยู่ที่กรุงโรมและเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี

         ใต้ภาพมีคำบรรยายภาษาเยอรมันและฝรั่งเศส ความยาว 4 บรรทัด โดยบรรทัดสุดท้ายระบุว่าวาดโดยอาศัยภาพต้นแบบในหนังสือ “การเดินทางสู่สยามของบาทหลวงตาชารด์” (Voyage de Siam par le Pere Tachard)

         ที่สำคัญ ข้อความสามบรรทัดแรกระบุว่าเป็น “ภาพพระบรมมหาราชวังและกระบวนแห่ราชทูตฝรั่งเศส ประกอบไปด้วยเรือจำนวน 150 ลำ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1685 (พ.ศ. 2228)”

         ผมไม่มีความรู้ภาษาฝรั่งเศส เลยอาจถอดความเป็นภาษาไทยได้ไม่ถูกต้องนัก แต่ใจความสำคัญก็ประมาณนี้ครับ

         ต้องยอมรับว่า “ภาพออริจินัล” ที่ปรากฏในหนังสือ “การเดินทางสู่สยามฯ” (พิมพ์ที่กรุงปารีส พ.ศ. 2229) เป็นภาพลายเส้นฝีมือชาวยุโรปที่เข้ามาสมัยแผ่นดินพระนารายณ์ เพราะตาชารด์ร่วมอยู่คณะราชทูตเดอ โชมงต์ ร่วมอยู่ในขบวนเรือที่เห็นในภาพ และได้เข้าเฝ้าพระนารายณ์ที่ท้องพระโรงในพระราชวังกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2228 แต่ภาพที่เห็นเป็นภาพวาดขึ้นใหม่ 35 ปีให้หลังโดยศิลปินที่ไม่เคยเดินทางมาสยาม

         ท้ายสุด ภาพนี้เป็นภาพลายเส้นพิมพ์สมัยอยุธยาที่งดงามสุด หายากสุด และมีราคาแพงสุด