มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 5 กันยายน 2555

        

          “หญิงเป็นนาย ชายเป็นบ่าว” คำคล้องจองเก่าแก่นี้ มีมาครั้งไหน? ไม่มีใครบอกได้

          แต่แสดงให้เห็นว่าสังคมดั้งเดิมของคนดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ (ที่จะเป็นประชาคมอาเซียนต่อไป) หญิงมีอำนาจสูงกว่าชาย (ชายมีอำนาจบ้างเหมือนกัน แต่มีต่ำกว่าหญิง) แล้วเป็นรากเหง้าให้เรียกหญิงชายในพิธีแต่งงานว่า เจ้าสาว-เจ้าบ่าว

          ดังนั้น คำว่า นางและสาว แต่ดั้งเดิมมีความหมายเท่ากับ นาย หมายถึง ผู้เป็นใหญ่

          “เอาแฮงโต๋ ต่างควายนา” เป็นภาษาลื้อ (สิบสองพันนา) ถอดเป็นคำไทยว่า เอาแรงตัว ต่างควาย

          เป็นคำพังเพยเพื่อจะอธิบายว่าประเพณีลื้อ เมื่อหญิงชายจะแต่งงานเป็นผัวเมียกัน ชายต้องไปทำงานรับใช้พ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อยู่บ้านฝ่ายหญิง ต้องใช้แรงตัวเองของชาย ทำงานเหมือนควายให้ฝ่ายหญิง

          ชาวขมุ ถือว่าบ้านไหนมีลูกสาว บ้านนั้นมั่งคั่งร่ำรวย เพราะต่อไปจะมีบ่าว คือชายมารับใช้ทำงานทำไร่ไถนาเพื่อเป็นเขย (อย่างนี้ทางปักษ์ใต้เรียก เขยอาสา ทางอีสานเรียก เขยสู่)

          เมื่อชายเป็นบ่าวรับใช้บ้านหญิง เพื่อหวังจะแต่งงานเป็นผัวเมียต่อไปข้างหน้าต้องยอมเป็นบ่าวไปจนกว่าเครือญาติฝ่ายหญิงจะยอมรับ ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นปีๆ หรือหลายปีก็ได้ เช่น 5 ปี 10 ปีก็มี

          ระหว่างนี้สังคมยุคนั้นยอมให้ “อยู่ก่อนแต่ง”ได้ แล้วมีลูกก็ได้

          กฎหมายลักษณะผัวเมีย ยุคต้นอยุธยา มากกว่า 500 ปีมาแล้ว ยอมรับ“อยู่ก่อนแต่ง”อย่างเป็นทางการ ผมขออนุญาตสรุปจากหนังสือประเพณีเรื่องแต่งงานบ่าวสาวของไทย โดย เสฐียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน) มาดังนี้

          ชายไปอาสารับใช้การงานในบ้านหญิงเรียกว่าหลบฝาก ถ้าชายหญิงได้เสียกันเองในระหว่างหลบฝากที่บ้านหญิง เรียกว่าฝากบำเรอ แล้วทำกินอยู่ด้วยกัน 2-3 ปี มีพ่อแม่ฝ่ายหญิงให้ชายอยู่ด้วยกัน ถือว่าเป็นเสมือนผัวเมียกันแล้ว

          ถ้าชายขี้เกียจทำงาน ฝ่ายหญิงก็ไล่เฉดหัวออกจากบ้าน แล้วเลือกชายคนใหม่เป็นบ่าวต่อไป แล้ว“อยู่ก่อนแต่ง”กับคนใหม่โดยไม่ถือเป็นผิดทำนองคลองธรรมอันใด

          จนเลือกชายขยันทำมาหากินได้ถูกใจ ครอบครัวฝ่ายหญิงก็ให้มีพิธีแต่งงาน แล้วขยายเรือนมีครัวออกไปให้อยู่กินต่างหาก เรียก“แยกครัว” เพราะทำใหม่เพิ่มเฉพาะครัว แต่ตัวเรือนอยู่รวมกันลักษณะ“ลองเฮาส์” สมัยหลังถึงแยกเรือนต่างหาก

          ทั้งหมดนี้หมายความว่าโดยประเพณีแล้วชายอยู่บ้านหญิง เรียก “แต่งเขยเข้าบ้าน” เท่ากับคนเป็นผัวต้องสงบปากสงบคำ เพราะอยู่ท่ามกลางเครือญาติของเมียโหวตเมื่อไรผัวก็แพ้เมียวันยังค่ำ

          เหตุที่เป็นดังนี้ เพราะหญิงเป็นผู้รับมรดกจากครอบครัว เป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน แล้วเป็นผู้สืบตระกูล ไม่ใช่ชาย

          แต่สังคมเปลี่ยนไปแล้ว อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงหมด ชายไม่อยู่บ้านหญิงก็ได้ แต่สองคนหญิงชายแยกไปอยู่กันเองต่างหาก เพราะซื้อคอนโดอยู่เป็นเอกเทศก็ถมไป

          ยกเว้นอยู่ก่อนแต่งไม่เปลี่ยน กลับถือเป็นทันสมัยdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);