Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2555

 

          รัฐอยุธยาอยู่ภาคกลาง แต่รัฐล้านนาอยู่ภาคเหนือ ห่างไกลกันมาก (ปัจจุบันระยะทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มากกว่า 600 กิโลเมตร)

          สองราชสำนักติดต่อกันหรือไม่? อย่างไร? เพราะมีวรรณกรรมแต่งด้วยโคลงเหมือนกัน แล้วทำสงครามกันด้วย

          กลอนลำ ในวัฒนธรรมลาวสองฝั่งโขง มีพัฒนาการเป็นโคลงอยู่ใน 2 ราชสำนัก คือ อยุธยา กับ ล้านนา แล้วราชสำนักทั้งสองก็แต่งโคลงนิราศเป็นวรรณกรรมของคนชั้นนำร่วมยุคร่วมสมัยกัน เมื่อราวเรือน พ.ศ. 2000 หรือหลังจากนั้นไม่นาน

          อยุธยามีโคลงกำสรวลสมุทร แต่งระหว่าง พ.ศ. 2025-2034

          ล้านนามีโคลงนิราศหริภุญชัย แต่งเมื่อ พ.ศ. 2060

 

ลุ่มน้ำปิง กับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          บริเวณลุ่มน้ำปิง มีพัฒนาการเป็นบ้านเมืองตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 แล้วรับพุทธศาสนาจากบ้านเมืองทางลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีร่องรอยอยู่ในตำนานจามเทวีจากรัฐละโว้ (ลพบุรี)

          เหตุนี้เอง วัฒนธรรมแบบทวารวดีจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงมีขึ้นในรัฐหริภุญชัย (ลำพูน)

 

หริภุญชัย กับ สุพรรณภูมิ

          รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) อยู่ทางตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความสัมพันธ์ติดต่อไปมากับรัฐหริภุญชัย (ลำพูน) อยู่ทางเหนือของลุ่มน้ำปิง-วัง มีร่องรอยในพงศาวดารเหนือ ว่าราว พ.ศ. 1733 พระยาพานจากเมืองนครชัยศรี (นครปฐม) เสด็จขึ้นไปเมืองลำพูน ดังนี้

          “พระยาพานยกทัพขึ้นไปเมืองลำพูนไปนมัสการพระบรมธาตุพระพุทธเจ้า ถึงสามปีมาแล้วก็ยกทัพกลับลงมาเมืองใต้ จึงปรายเงินทองต่างข้าวตอกดอกไม้ ถวายพระบรมธาตุมาทุกๆ ตำบล มาแต่เมืองลำพูนลำปาง ลงมาทางเดิมบางนางบวชจนถึงเมืองนครชัยศรีสิ้นเก้าปี”

เศียรยักษ์ (ซ้าย) เศียรเทวดา (ขวา) อายุระหว่าง พ.ศ. 1600-1700 พบในเมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับงานช่างแบบหริภุญชัย ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

          รัฐสุพรรณภูมิติดต่อสัมพันธ์กับรัฐหริภุญชัย มีหลักฐานโบราณคดีสนับสนุนตำนานในพงศาวดารเหนือ โดยพบศิลปกรรมแบบหริภุญชัยที่เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) เช่น ประติมากรรม และสถาปัตยกรรมเจดีย์แปดเหลี่ยม (ประวัติวัฒนธรรมลุ่มน้ำทวน-จระเข้สามพัน รายงานการสำรวจฯ โดย รศ. สุรพล นาถะพินธุ และ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ คณะโบราณคดี ม. ศิลปากร พ.ศ. 2552 หน้า 14-15)

          ร.5 เคยทรงมีพระราชดำริว่าสมัยโบราณ น่าจะมีลำน้ำสายหนึ่งไหลล่องจากแม่ปิงผ่านเมืองกำแพงเพชรลงมาถึงเมืองอุทัยธานีโดยตรง ไม่วกผ่านเมืองนครสวรรค์ แล้วจากเมืองอุทัยธานีก็ไม่ผ่านเมืองพยุหะคีรี เมืองมโนรมย์ เมืองชัยนาท แต่ลงไปทางเมืองสรรคบุรี เมืองวิเศษชัยชาญทางหนึ่ง กับอีกทางหนึ่งลงไปเมืองสุพรรณ (พระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สำรวจลำน้ำเก่า พ.ศ. 2451)

 

เชียงแสน-พะเยา กับละโว้-สุโขทัย

          ก่อนพระยามังรายจากดินแดนโยนกจะรวบรวมผู้คนพลไพร่ยกไปยึดครองเมืองหริภุญชัย มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่าง “เครือญาติ” ตระกูลไทย-ลาว หลายเรื่อง

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระยางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา ที่เกี่ยวดองเป็นเครือญาติและเครือข่ายบนเส้นทางการค้าของรัฐละโว้ทางลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยผ่านรัฐสุโขทัยที่รัฐละโว้กำลังผลักดันสนับสนุนให้เติบโตขึ้นควบคุมทรัพยากรและเส้นทางคมนาคมลุ่มน้ำยม-น่าน เมื่อราวหลัง พ.ศ. 1700

          บ้านเมืองบริเวณโยนกทางที่ราบลุ่มในหุบเขาเขตเชียงราย-พะเยา (ลุ่มน้ำกก-อิง) ควบคุมเส้นทางการค้าข้ามภูมิภาคทางตอนเหนือ ระหว่างลุ่มน้ำโขงกับลุ่มน้ำสาละวิน โดยมีศูนย์ใหญ่อยู่เมืองเชียงแสน ผ่านไปทางแม่สาย

          เมื่อเกิดความขัดแย้งวุ่นวายในบ้านเมืองทางเหนือขึ้นไป โดยเฉพาะทางน่านเจ้า (ต้าหลี่) เป็นแรงจูงใจผลักดันให้รัฐละโว้ (ลพบุรี) ขยายเครือข่ายการค้าผ่านรัฐสุโขทัยขึ้นมาตามลำน้ำยมถึงรัฐพะเยา

          ดังมีความทรงจำอยู่ในรูปของตำนานมีในพงศาวดารโยนกว่าพระยางำเมือง เมื่อ พ.ศ. 1797 “ไปเรียนศิลปในสำนักพระสุกทันตฤๅษี ณ กรุงละโว้ อาจารย์เดียวกับสมเด็จพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย เหตุดังนั้นพระยางำเมือง กับสมเด็จพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัยจึงได้เป็นสหายแก่กัน”

 

ล้านนา กับ อโยธยา

          พงศาวดารเหนือยังเล่าอีกว่าบุตรเจ้าเมืองเชียงใหม่ลักลอบเข้าหาธิดาพระเจ้า  อู่ทองเมืองอโยธยา แล้วถูกจับ ติดกับดักตายในท่อน้ำ

          คำให้การชาวกรุงเก่า เล่าเรื่องพระวันวษาให้ขุนแผนตีเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนมีแต่เรื่องสงครามระหว่างอยุธยากับเชียงใหม่ ตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นลูก, จนถึงรุ่นหลาน

 

เชียงใหม่รบอยุธยา

          พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ จดว่า

          พ.ศ. 1929 สมเด็จพระบรมราชา (พะงั่ว เมืองสุพรรณบุรี) ยกทัพขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ ตีเมืองลำปาง แต่ตีไม่ได้ ต้องยกทัพกลับอยุธยา

          พ.ศ. 1985 เจ้าสามพระยายกไปตีเชียงใหม่อีก ก็ตีไม่ได้

          เจ้าสามพระยายกทัพไปตีได้นครธม เมื่อ พ.ศ. 1974 นับแต่นั้นมาอยุธยาไม่ต้องกังวลศึกกับกัมพูชา ก็หันมาทำศึกกับล้านนาเชียงใหม่หลายสิบปี ระหว่างพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ กับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งอยุธยา

เชียงใหม่เป็นศูนย์ศึกษาบาลี

          ล้านนาเชียงใหม่รุ่งเรืองเป็นศูนย์การศึกษาภาษาบาลีในพุทธศาสนาแบบเถรวาทจากลังกา มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตเป็นภิกษุหลายรูป จึงได้รับยกย่องจากบ้านเมืองอื่นๆ มากกว่าอยุธยา เช่น

          ได้รับยกย่องจากรัฐในพม่า และรัฐในลาว รวมทั้งรัฐสิบสองพันนาในจีน(ที่หลังจากนั้นถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา)

if (document.currentScript) {