มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 31  สิงหาคม 2555

 

          โบราณวัตถุสถานทั่วประเทศเสื่อมโทรม รอวันอันตราย มีข่าวคราวชำรุดทรุดทรามไม่ขาดสาย

          บทนำมติชน (ฉบับวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555 หน้า 2) แนะนำให้ ก. วัฒนธรรมสร้างภาคีมรดกชาติ ชักจูงหน่วยงานราชการอื่น รวมทั้งภาคเอกชนกับภาคประชาชน และวัดวาอาราม ร่วมกันหาวิธีดูแลรักษาอย่างปฏิบัติจริงได้ เพื่อให้โบราณสถานยืนยาว

          ผมเขียนเพิ่มเติมในมติชน (ฉบับวันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555) ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีเหตุจากวิธีคิดและวิธีทำตามโครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์ของรัฐบาล (โดย ก. วัฒนธรรม) ถ้าเสพติดวัฒนธรรมอำนาจเสียแล้ว ก็แก้ไม่ได้ จะแก้ได้บ้างก็ต้องลดละเลิกลักษณะสุดโต่ง แล้วปรับเปลี่ยนวิธีคิดกับวิธีทำเสียใหม่

          เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นอีก ขอยกคำอธิบายของคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) (พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2554 หน้า 94-95) มาดังนี้

          ระเบียบอำนาจรัฐไทย ถูกจัดโครงสร้างไว้ในลักษณะรวมศูนย์อย่างยิ่ง

          การบริหารแบบรวมศูนย์ซึ่งมีความจำเป็นในยุคสมัยที่มีการล่าอาณานิคมเชิงดินแดน บัดนี้หมดความจำเป็นแล้ว สถานการณ์ในโลกปัจจุบันกลับเกิดความจำเป็นที่จะต้องให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการปกครองตนเองมากขึ้น เพื่อกำหนดและกำกับให้การพัฒนาสอดคล้องกับศักยภาพของคนในท้องถิ่น ในขณะเดียวกันอำนาจของรัฐที่จะเป็นผู้กรองอำนาจจากภายนอกซึ่งหลั่งไหลเข้ามาตามกระแสโลกาภิวัตน์ก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

          ท้องถิ่นควรมีอำนาจในการเป็นผู้กรองอำนาจจากภายนอกเองมากขึ้น เพื่อทำให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากผลกระทบภายนอก มีโอกาสและเวลาที่จะปรับตัวเองไปตามจังหวะของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งไม่เหมือนกัน อันนับเป็นแนวโน้มการบริหารรัฐกิจของรัฐหลายแห่งในโลกปัจจุบัน

          ดังนั้น ควรกระจายอำนาจบริหารจัดการจากรัฐบาลไปสู่ท้องถิ่น โดยยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาค เพราะหมดความจำเป็นแล้ว

          ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก็กระจายอำนาจไปสู่ ประชาชน, ชุมชน, และภาคประชาสังคม อันจะเป็นหลักประกันว่าอำนาจจะกระจายไปถึงประชาชนจริงๆ ไม่กระจุกอยู่แต่กับผู้บริหาร อปท. เท่านั้น

          ผู้บริหาร ก. วัฒนธรรม มีแนวคิดต่างกันอย่างน้อย 2 พวก พวกหนึ่งเสพติดวัฒนธรรมอำนาจว่าตนเป็นผู้พิทักษ์ แล้วเป็นผู้รู้ดีที่สุดเรื่องโบราณวัตถุสถานทั่วประเทศ ใครที่ไหนจะมายุ่งเกี่ยวด้วยมิได้ ต้องอ้างกฎระเบียบราชการอย่างเดียวเท่านั้น แต่อีกพวกหนึ่งรู้ตัวมานานแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายเดียวจะดูแลรักษาให้อยู่รอดปลอดภัย ฉะนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในท้องถิ่น

          แต่พวกเสพติดวัฒนธรรมอำนาจมีจำนวนมากกว่าเลยพากันต่อต้านการกระจายอำนาจดูแลโบราณวัตถุสถานไปสู่ท้องถิ่น ทั้งๆ พวกเขาก็แก้ปัญหาจริงๆ ไม่ได้ เลยเข้าข่ายหมาหวงก้างในรางหญ้า

          ในความจริงงานสังคมวัฒนธรรมดูแลโบราณวัตถุและบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถาน รวมถึงงานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ทุกวันนี้ ก. วัฒนธรรมล้วนจัดจ้างเอกชน (ในนามบริษัทที่ปรึกษา) ค้นคว้าวิชาการ แล้วจัดจ้างบริษัทรับเหมาเข้าไปบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานทั่วประเทศมานานหลายสิบปีแล้ว เพราะทำเองไม่ได้แล้ว

          ผลมีทั้งดีและไม่ดีเคล้าคละปะปนกัน ไม่มีมาตรฐานตายตัว เห็นได้จากมีข้อทักท้วงของนักวิชาการด้านนี้จากสถาบันการศึกษาท้องถิ่นต่างๆอยู่เสมอ จนกรมศิลปากรต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อทักท้วงนั้น เพราะทำผิดพลาดจริงอยู่บ่อยๆ

          ล่าสุดมีข่าวกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างน่าอนุโมทนายิ่ง จะคัดมาดังนี้

          ฉะนั้น เร่งรัดกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นไปเถิด ประเสริฐนัก สังคมวัฒนธรรมและโบราณวัตถุสถานจะได้อยู่รอดปลอดภัยอย่างแท้จริงif (document.currentScript) {