Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2555

 

         คนกลุ่มแรกของโลกที่รู้จักเอาข้าวป่ามากินเป็นอาหารเมื่อ 16,000 ปีมาแล้ว มีรายงานว่าอยู่บริเวณลุ่มน้ำแยงซีเกียง ทางตอนใต้ของจีน

         เพราะนักโบราณคดีพบหลักฐานจากร่องรอยเมล็ดข้าวไหม้และเศษใบของต้นข้าวป่าติดอยู่กับภาชนะหุงอาหาร

         (จากเรื่องเมล็ดข้าว ของ กมลกานต์ โกศลกาญจน์ ในนิตยสารคิด (แจกฟรี) ของ TCDC ฉบับสิงหาคม 2555 หน้า 11)

         หลายสิบปีก่อนนี้ ไทยเคยได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นแหล่งข้าวเก่าสุดในโลกราว 7,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีอเมริกันขุดพบเมล็ดข้าวดึกดำบรรพ์ที่ จ. แม่ฮ่องสอน

         แต่เป็นที่รู้กันในหมู่นักประวัติศาสตร์โบราณคดี(ที่ไม่ใช่กระแสหลัก) ว่าจะเอาเป็นแน่นอนอะไรไม่ได้(เหมือนกรณีวัฒนธรรมบ้านเชียงที่กำหนดอายุไว้สูงมาก แต่แล้วต้องลดอายุลงเรื่อยๆ) เพราะต้องค้นคว้าศึกษาวิจัยอีกมากและอีกนาน แล้วอาจพบข้าวแหล่งอื่นมีอายุเก่ากว่าที่แม่ฮ่องสอนอีกก็ได้ ดังกรณีรายงานข่าวล่าสุดว่าพบที่ลุ่มน้ำแยงซีเกียง ซึ่งข่าวไม่ได้บอกว่าเมืองอะไร? อยู่มณฑลไหน?

         ถึงกระนั้นบริเวณลุ่มน้ำแยงซีเกียงย่อมเป็นที่รู้กันว่าไม่ใช่หลักแหล่งของฮั่น(จีนดั้งเดิม) หากเป็นดินแดนคนพื้นเมืองในกลุ่มวัฒนธรรมอุษาคเนย์ นักวิชาการจีนอธิบายว่าคนกลุ่มนี้เรียกพวกเย่ว์ เป็นบรรพชนของคนตระกูลไทย-ลาว, มอญ-เขมร นี่แหละ ล้วนกินข้าวเหนียว(ก่อนข้าวเจ้า)เป็นอาหารหลักเหมือนกันหมด แล้วเอาข้าวเหนียวทำขนมเข่งกับบ๊ะจ่างไหว้เจ้าไหว้ผี(เจ๊กจีน)สืบจนปัจจุบัน

         ข้าว (พจนานุกรม ฉบับมติชนบอกว่า) คือพืชล้มลุกจำพวกหญ้า เนื้อเมล็ดเป็นแป้ง มีหลายชนิด ใช้เป็นอาหารหลัก ในการพูดบางทีใช้โดยปริยายหมายถึงอาหาร เช่น หิวข้าว หมายถึงหิวอาหาร เป็นต้น

         คำว่า ข้าว กลายมาจากคำเดิมว่า เข้า หมายถึง ขวบปี เช่น อายุ 19 เข้า หมายถึงอายุ 19 ปี

         ครูบาอาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่อธิบายว่ายุคดั้งเดิมเรียกข้าวว่าเข้า แปลว่าขวบปี เพราะทำนาพึ่งพาธรรมชาติ หรือเรียกทำนาทางฟ้า ปีละครั้ง กว่าจะได้ข้าวไว้กินต้องรอปีหนึ่ง จึงเรียกอาหารที่กินเป็นหลักในชีวิตประจำวันว่า เข้า นานไปก็ออกเสียงยาวกลายเป็น ข้าว

         ประเพณีพิธีกรรมในรอบปีที่เรียกประเพณี 12 เดือน ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำนาปลูกข้าว จนพระเจ้าแผ่นดินต้องทรงยกเป็นพระราชพิธีของราชอาณาจักร มีหลักฐานในกฎมณเฑียรบาลและในวรรณคดีหลายเล่ม เช่น ทวาทศมาส

         ไม่น่าเชื่อ ที่ไทยไม่มีมิวเซียมข้าวปลาอาหารและชาวนา จัดแสดงเล่าเรื่องข้าวป่าถึงข้าวปลูก และประเพณีพิธีกรรมของชาวนาชาวไร่ (ที่ปลูกข้าวไร่ หรือเข่าไฮ่, เฮ็ดไฮ่)

         ไทยจึงไม่รู้ว่าในประวัติศาสตร์ล้วนกินข้าวเหนียวมาก่อนเหมือนกันทั้งประเทศ ตั้งแต่เหนือ, อีสาน, กลาง, ใต้ แล้วเปลี่ยนเป็นข้าวเจ้าทีหลัง

         ทุกวันนี้ ไทยจึงไม่รู้ว่าข้าวหอมมะลิมาจากไหน? แล้วทำไมปลูกที่ทุ่งกุลาร้องไห้จึงมีกลิ่นหอมกว่าที่อื่น แล้วได้ราคาดีกว่าที่อื่น?

         ความเป็นไทยมักไม่ยอมรับรู้รากเหง้าที่แท้ เพราะชอบแต่สิ่งปลอมๆ เปลือกๆ แปลกๆ เอาไว้แหกปากตะโกนอวดให้น่าอาย-ว่านี่แหละ ความเป็นไทย