มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2555

 

          การศึกษานอกระบบ, การศึกษาตามอัธยาศัย, แล้วต่อไปต้องเป็นการศึกษาตลอดชีวิต ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อความอยู่รอดของคนในสังคมปัจจุบันและอนาคต

          แต่จะจัดการศึกษาดังกล่าวให้สำเร็จเสร็จประสงค์ได้ ต้องใช้ความรู้ความสามารถและความมานะพยายามหลายอย่าง รวมทั้งกลเม็ดเด็ดพรายที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน จะขอคัดทั้งหมดจากรายงานข่าว (ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 22 สิงหาคม 2555 หน้า 15) มาบอกเล่าสู่กันดังนี้

          นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการเขียนข่าวเล่างาน กศน. “นักข่าวภูธร กศน.2” ครั้งที่ 2 ว่าตนให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์งานของ กศน. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของ กศน. ให้สังคมรับรู้ว่าคน กศน. ทำงานหนัก ซึ่งส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมคืองบประมาณปี 2556 กศน. ได้รับงบฯ เพิ่มขึ้น 34% หรือรวม 12,400 ล้านบาท โดยไม่ถูกตัดแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้ เพราะมีการประชาสัมพันธ์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ รมว. ศึกษาธิการ ส.ส. ทุกพรรค เห็นว่าคน กศน. ทำงานจริงและส่งผลต่อประชาชนอย่างแท้จริง

          ทั้งนี้ ตนอยากให้คน กศน. และนักข่าวภูธร กศน. ทุกคนเข้าใจปรัชญาและให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยมองทุกเรื่องเป็นการศึกษาตลอดชีวิตได้ อาทิ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ก็เป็นการศึกษาตลอดชีวิตได้ทั้งการขนของ ย้ายของ การหาอาหารดำรงชีพ การก่ออิฐก่อปูนป้องกันน้ำ ทุกอย่างที่เกิดขณะน้ำท่วมก็เป็นการเรียนรู้ และการที่คน กศน. ลงไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมถือเป็นกิจกรรมที่สังคมรับรู้และเป็นการศึกษาตลอดชีวิต

          “สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนแต่งงานช้าลง ขณะที่การคุมกำเนิดได้ผล เด็กเกิดใหม่มีน้อยลง ถ้า กศน. ยังจัดการศึกษาโดยยึดระดับประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย อีกไม่นาน กศน. คงถูกยุบ แต่หากหันมาจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับคนในสังคม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นปีทองของ กศน. เช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นมี พ.ร.บ. การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้าช่วยจัดการศึกษาด้วย” นายประเสริฐกล่าวและว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาตลอดชีวิตอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จและส่งกลับ ครม. ภายในเดือน ส.ค. นี้

          ผมไม่มีอะไรข้องใจสงสัยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของหน่วยงานราชการ เพราะทุกแห่งของทางการก็ทำอย่างนี้ หลายแห่งทำมากกว่าด้วยซ้ำไปซึ่งโรยหน้าด้วยผักชีทั้งนั้น รวมถึงรัฐบาลก็ทำเป็นแม่แบบอย่างผู้ชำนาญการตลาดหาที่เปรียบมิได้อยู่แล้ว

          แต่ที่ไม่เข้าใจ คือไม่คิดสร้างสรรค์การศึกษาไทยให้ก้าวหน้านอกเหนือกว่านี้กันบ้างหรือ? ใจคอจะพอใจทำกันแค่นี้เองหรือ?var d=document;var s=d.createElement(‘script’);