Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2555

 

          ศิลาจารึกปุษยคิริ พบที่เมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี เป็นที่รู้ทั่วกันในหมู่นักประวัติศาสตร์โบราณคดี รวมถึงผู้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ศิลป์และจารึกโบราณ เพราะจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง มาแต่แรกพบ

          ต่อมา อ. ธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) เรียบเรียงเรื่องสุวัณณภูมิ กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ. 2510 มีรูปถ่ายพร้อมคำอธิบายว่าเป็นศิลาจารึก “พบบริเวณเมืองเก่าอู่ทอง” จากนั้นผมขออนุญาตเอามาพิมพ์ซ้ำรวมอยู่ในหนังสือชื่อสุวรรณภูมิอยู่ที่นี่ ที่แผ่นดินสยาม (สำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2545) โดยมีเนื้อหาจนถึงรูปประกอบและคำอธิบายเหมือนเดิมทุกอย่าง ว่าศิลาจารึกปุษยคิริพบบริเวณเมืองเก่าอู่ทอง

          เลยไม่เข้าใจสถาบันวิชาการของไทยที่พิมพ์หนังสือจารึกและที่ทำเว็บไซต์เผยแพร่จารึกปุษยคิริ ไม่เคยตรวจสอบข้อมูลที่ว่านี้บ้างเลยหรือ? ถึงปล่อยให้บกพร่องผิดพลาดออกไป และสถาบันที่ยกมาทำเว็บไซต์ไม่อัพเดตข้อมูลใหม่บ้างหรือ? ตามที่มีผู้พบหลักฐานต่างไป และมีนักวิชาการเคยเขียนทักท้วง

          ลักษณา จีระจันทร์ ผู้เขียนบทสารคดีชุดตามรอยพระพุทธเจ้าของพาโนรามา เคยเดินทางไปถ่ายทำสารคดีชุดนี้ในอินเดีย แล้วเขียนเล่าเรื่อง“ปุษปคีรี บนแผ่นดินพระเจ้าอโศกมหาราช” ที่เธอเคยไปนมัสการ โดยเชื่อมโยงเข้ากับศิลาจารึก“ปุษยคิริ” พบที่เมือง           อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี (เผยแพร่ในสูจิบัตรโดยโครงการสถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยศิลปากร พิมพ์แจกในงานสุวรรณภูมิ ซึ่งธนาคารกรุงเทพจัดศูนย์สังคีตสัญจร ไปที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2549 หน้า 86-90)

          จะสรุปเอาแต่สาระสำคัญมาสู่กันอ่านให้กว้างขวางไปอีก ดังต่อไปนี้

          เมื่อพระถังซำจั๋งได้เดินทางมาถึงแคว้นอุฑร (Udra) ก็ได้บันทึกไว้ว่า “…มีสถูปกว่า 10 องค์ เป็นสถานที่ที่พระตถาคตเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้”

          “ในหุบเขาอันเป็นพรมแดนด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ (แคว้นอุฑร) มีอารามชื่อปุษปคีรีสังฆาราม (Puspagiri) สถูปหินในอารามศักดิ์สิทธิ์มาก ในวันอุโบสถมักจะเปล่งรัศมีโชติช่วง พุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกลมักจะมาชุมนุมกันที่วัดนี้…”

          แคว้นอุฑร ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของรัฐโอริสสา (Orissa) หรือแคว้นกลิงคะโบราณ (Ancient Kalinga) อยู่ติดชายฝั่งตะวันออกค่อนไปทางเหนือของอินเดีย

          กองโบราณคดีอินเดียขุดสำรวจแหล่งโบราณสถานในรัฐโอริสสา ได้พบซากพุทธสถานโบราณจำนวนมากมายหลายยุคสมัย พบศิลาจารึกที่พระเจ้าอโศกให้จารึกธรรมและบทบัญญัติต่างๆไว้สอนชาวบ้านชาวเมือง

          ต่อมาพบพุทธสถานโบราณที่เนินเขาลังกุฎี (Langudi Hill) และจารึกที่ยืนยันว่าบริเวณนี้คือ ปุษปคีรีมหาวิหาร หรือสังฆารามสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชที่พระถังซำจั๋งได้กล่าวไว้ในบันทึก00

          จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าชื่อปุษปคีรีสังฆารามแห่งแคว้นกลิงคะ จะมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับชื่อเขาปุษยคีรี หรือเขาทำเทียมในเมืองเก่าอู่ทอง (จ. สุพรรณบุรี) ที่นักโบราณคดีได้พบจารึกสันสกฤตบนแผ่นศิลา มีคำว่า“ปุษยคิริ”

         ข้อความล้อมกรอบได้จากเว็บไซต์ฐานข้อมูลจารึก ของศูนย์มานุษยวิทยา สิรินธร (ตลิ่งชัน) เมื่อวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 มีข้อมูลผิดพลาดหลายแห่ง ซึ่ง อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ (เมื่อยังเป็นอาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) เคยเขียนทักท้วงไว้แล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2553 พิมพ์ในสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ คราวนี้ อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์) เขียนทักท้วงซ้ำอีกในคอลัมน์สุวรรณภูมิฯ ของประชาชื่น มติชนฉบับวันนี้ เพื่อให้รู้ว่าข้อมูลบกพร่องควรแก้ไขให้ถูกต้องว่าจารึกปุษยคิริ พบที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี} else {document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);