Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555

 

          พระปรางค์วัดอรุณฯ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งกรุงธนบุรี ถูกใช้ให้ทำหน้าที่“รับรอง”นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นงานหนักมาก ไม่มีวันหยุดพัก เลยทำท่าจะพังเพเทลงแม่น้ำ

          ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ทางการตรวจสอบพระปรางค์ พบว่ามีเชื้อรากัดกินเนื้อองค์พระปรางค์ และตรวจสอบพื้นทางเดินหน้าวัดติดแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าดินทรุดตัว เพราะถูกน้ำกัดเซาะเมื่อน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ซ่อมแซมจริงจัง คงทำเพียงปรับปรุงทางเดินเล็กน้อยเท่านั้น

          เมื่อเร็วๆนี้หัวม้าของรูปปั้นม้าประดับปรางค์ทิศ(มุมตะวันออกเฉียงเหนือ)ได้ถล่มหักหล่นลงมา มีขนาดใหญ่เท่าตัวคน ขณะนี้มีส่วนประกอบอื่นๆของพระปรางค์ร่อนหักหล่นลงดินทุกวัน

          แนวทางบรรเทาปัญหาแรกสุดต้องห้ามปีนป่ายขึ้นพระปรางค์ประธาน (ยกเว้นกรณีให้ช่างขึ้นไปตรวจสอบโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม หรือกรณีพิเศษอื่นๆ) โดยอนุญาตให้ขึ้นเดินได้บริเวณลานประทักษิณเท่านั้น แล้วเร่งบูรณปฏิสังขรณ์เนื้อปรางค์และโครงสร้างปรางค์ประธานกับปรางค์ทิศทุกองค์

          เรื่องห้ามขึ้นพระปรางค์วัดอรุณฯ เคยพูดกันมานานหลายสิบปี เพื่อรักษาพระปรางค์ให้ยืนยาว เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายมหาศาลปีนป่ายทุกวันอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ย่อมเป็นอันตรายทั้งนั้น ทั้งต่อคนปีนป่าย และต่อโบราณสถาน

ไม่เฉพาะที่พระปรางค์วัดอรุณฯ แต่หมายถึงทุกแห่ง เช่น ที่อยุธยา ทั้งพระปรางค์วัดมหาธาตุ (ซึ่งพังแล้ว) และพระปรางค์วัดราชบูรณะ (กำลังจะพัง) ฯลฯ

แต่ด้วยความโลภของสังคมไทย หรือของใครก็ไม่รู้ ต้องการดึงดูดเอาใจนักท่องเที่ยวเพื่อรูดทรัพย์ จึงไม่มีข้อห้ามปีนป่ายโบราณสถาน ไม่ว่าพระปรางค์, สถูปเจดีย์, กำแพง, อาคาร, ฯลฯ

น่าประหลาดอย่างยิ่งที่พวกโบราณคดีอุดมคติ อนุรักษ์สุดโต่งหัวปักหัวปำ (เพื่อประโยชน์ส่วนไหน? ของใคร? ไม่ทราบ) ต่างเงียบเหมือนเป่าสากในเรื่องเหล่านี้

ขอเตือนว่าไม่มีใครคาดคิดว่าพระธาตุพนม (จ. นครพนม) จะพังโค่นล้มลงมา แต่ก็พังแล้วโดยไม่เตือนล่วงหน้า

}