มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2555

 

          นานนับหลายๆปีจะมีสักหน ที่ข้าราชการแสดงความองอาจปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกอำนาจทุนบุกรุกคุกคาม ซึ่งเท่ากับเติมเต็มให้สังคมที่ขาดแคลน และเสมือนป้อนอาหารให้คนหิวโหย

          นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย นำกำลังเข้ารื้อสิ่งปลูกสร้างที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินแล้วว่ารุกผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

          จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน และอาจถูกย้ายออกจากตำแหน่งก่อนเกษียณอายุราชการ

          มีองค์กรภาคเอกชนและส่วนราชการหลายแห่ง รวมทั้งกลุ่มเอ็นจีโอด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่างออกแถลงการณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของนายดำรงค์ แล้วคัดค้านการตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่เสมือนคุกคามขัดขวางการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของนายดำรงค์

          มติชนมีบทนำ (ฉบับวันพฤหัสบดี 9 สิงหาคม 2555) เรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องข้าราชการที่ทำงานตามกฎหมาย มีความตอนหนึ่งว่า

          “นายดำรงค์ได้ทำหน้าที่รักษาผืนป่าแทนผู้คนในสังคมไทย การกระทำของนายดำรงค์ในฐานะข้าราชการจึงเป็นการกระทำที่ตอบสนองสิ่งที่ประชาชนคนไทยขาดแคลนมานานแล้ว นั่นคือการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผืนป่าและทรัพยากรที่ถูกอำนาจเงินอำนาจมืดบุกรุก

          ดังนั้น เมื่อนายดำรงค์แสดงให้เห็นว่าอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ในกรมเอาใจใส่ดูแลทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ กล้าที่จะขับไล่และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ พฤติกรรมเช่นนี้เสมือนกับการเติมเต็มสิ่งที่ประชาชนยังขาด เสมือนกับการป้อนอาหารให้แก่คนที่หิวโหย

          จากกรณีของนายดำรงค์ พิเดช สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังต้องการข้าราชการที่กล้าเป็นตัวแทนของประชาชนในการป้องกันและพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

          และคงไม่ใช่เฉพาะแต่ทรัพยากรป่าไม้เท่านั้น ที่คนไทยต้องการให้ข้าราชการทำหน้าที่ปกป้องแทนตัวเอง ยังมีทรัพยากรอื่นๆ เช่น แหล่งน้ำ ดิน เหมืองแร่ ทราย ฯลฯ ตลอดจนสิ่งแวดล้อม กำลังรอข้าราชการผู้มีหน้าที่ได้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติให้รอดพ้นจากกลุ่มบุคคลที่นำไปแสวงประโยชน์ส่วนตัว”

          ใช่เลย ถูกต้องแล้ว ยังมีทรัพยากรอื่นๆอีกมากที่คนไทยต้องการให้หน่วยงานรัฐกำจัดผู้บุกรุก แล้วปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากกลุ่มบุคคลและหน่วยราชการด้วยกันที่นำไปแสวงประโยชน์ เช่น พื้นที่โบราณสถาน ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ไม่เว้นแม้เขตมรดกโลกทางวัฒนธรรม (คือเมืองโบราณ มีหลายแห่ง)

          อธิบดีดำรงค์เคยบอกไว้หลายหนหลายแห่ง ว่าถ้าหยุดการบุกรุกทับลานไม่ได้ ก็จะลามไปเขาใหญ่มรดกโลก แล้วถูกถอดถอนจากมรดกโลกได้ เพราะตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมครั้งล่าสุดที่รัสเซีย ระบุว่า รีสอร์ตถือเป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งจะทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่เป็นพื้นที่ป่า

          ฉะนั้น ไม่ควรสลักพระพุทธรูปใหญ่สุดในโลกไว้บนผาหินของขุนเขาไม่ว่าที่ไหนทั้งนั้น เพราะเป็นสิ่งแปลกปลอมท่ามกลางธรรมชาติที่ขาดแคลน

          มรดกโลกทางวัฒนธรรมถูกบุกรุกคุกคามเห็นแก่ตาอยู่กลางเมืองแท้ๆ ทำยังไงดี จะมีใครป้อนอาหารให้คนหิวโหยบ้างไหม?