Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2555

 

          ความคิดสร้างสรรค์จะมีอย่างมั่งคั่งพรั่งพรู ถ้าหลุดพ้นจากความเป็นไทยคับแคบของคนชั้นนำ

          คนไทย และความเป็นไทย ถูกสร้างขึ้นจากนานาชาติพันธุ์ โดยคนชั้นนำของภาคกลาง บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ด้วยเหตุผลทางสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเมือง

          ฉะนั้น คนไทยและความเป็นไทยเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งตายตัว สุดแท้แต่เงื่อนไขทางสังคมและการเมืองที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

          คนไทยและความเป็นไทย มีพัฒนาการขึ้นราวหลัง พ.ศ. 1700 คราวเดียวกับที่อักษรไทยมีวิวัฒนาการจากอักษรเขมรในรัฐอโยธยา-ละโว้ แล้วส่งให้รัฐสุโขทัยและรัฐอื่นๆ

          กระบวนการสร้างชาติสมัย ร.5 ด้วยการปกครองแบบใหม่ และการศึกษามวลชนซึ่งเริ่มมีขึ้นนั้น ต้องใช้ภาษาและอักษรของความเป็นไทยภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงความทันสมัยต่างๆ ตั้งแต่เพลงดนตรี, การแต่งกาย, มารยาท, ฯลฯ ซึ่งแม้กำเนิดจากวัฒนธรรมอื่น (เช่น กินข้าวด้วยช้อนและส้อม) ก็ถูกตีขลุมเป็นไทยไปหมด ใครประพฤติปฏิบัติตามนี้ไม่ว่าเป็นเผ่าพันธุ์อะไร จะถูกเหมารวมเป็นคนไทยและมีความเป็นไทย ในที่สุดก็ส่งผลให้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “ไทย” (จากบทความเรื่อง ชนส่วนใหญ่และความเป็นไทย ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ พิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 27 ก.ค.-2 ส.ค. 2555 หน้า 32)

          ความเป็นไทย มีขึ้นบริเวณภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเท่านั้น ไม่ได้มีขึ้นจากขอบเขตทั่วประเทศไทยทุกวันนี้ เห็นได้จากความเป็นไทยเรียกบริเวณนอกเหนือภาคกลางว่าเป็นอื่น เช่น ทางเหนือเป็นลาว, ทางใต้เป็นแขก, ทางอีสาน มี 2 ส่วน อีสานเหนือเป็นลาว อีสานใต้เป็นเขมร

          ความเป็นไทยหล่อหลอมว่าศิลปะไทย คือลายไทยที่มีเฉพาะในคนชั้นสูงของภาคกลางเท่านั้น ทั้งๆศิลปะไทย หรือลายไทย แท้จริงแล้วรับจากลายกระหนกของอินเดีย เหมือนพม่า, กัมพูชา, ลาว, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, มาเลเซีย, ฯลฯ

          ศิลปะในประเทศไทย ถูกกำหนดเป็นแบบแผนตายตัวแล้วส่งต่อกฎเกณฑ์นี้ให้แพร่หลายทั่วประเทศ โดยผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ว่ามี ศิลปะทวารวดี, ศิลปะศรี วิชัย, ศิลปะลพบุรี, ศิลปะเชียงแสน, ศิลปะอยุธยา, ศิลปะรัตนโกสินทร์

          กรณีศิลปะลพบุรี แท้จริงเป็นงานช่างฝีมือแบบเดียวกับที่พบในกัมพูชา แต่ทางการไม่อนุญาตให้เรียกแบบศิลปะเหมือนกัมพูชา ด้วยเหตุผลทางการเมืองแบบชาตินิยม เลยเลี่ยงไปเรียกศิลปะลพบุรี ที่เคยเป็นเมืองของพวกกัมพูชา

          ลักษณะการจัดการแบบนี้ เท่ากับส่วนกลางสร้างอาณานิคมภายในไปครอบงำทั่วประเทศ

          ความเป็นไทยหล่อหลอมว่าวัฒนธรรมไทย คือ ภาษาไทย, รำไทย, ชุดไทย, ดนตรีไทย, เรือนไทย, ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งที่มีเฉพาะภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

          ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2400 หรือ ยุค ร.4 เพลงดนตรีไทยรับอิทธิพลเพลงดนตรีตะวันตก ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยน “รูปแบบ” และ “เนื้อหา” เกิดสิ่งใหม่หลายอย่างเพื่อแสดงอำนาจและบารมี “ความเป็นเลิศŽ” ของ “ผู้ดีŽ” คนชั้นนำกระฎุมพี แล้วกำหนดให้เป็นแบบฉบับดนตรีไทย Žเพื่อความเป็นไทยทั้งประเทศ

          ดนตรีไทยแบบฉบับมี 3 อย่าง คือ วงปี่พาทย์, วงมโหรี, วงเครื่องสาย ล้วนเป็นดนตรีแพร่หลายอยู่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมาแต่เดิม จึงไม่มีดนตรีของลุ่มน้ำอื่น เช่น ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำมูล, ลุ่มน้ำปัตตานี, ฯลฯ

          ลักษณะเฉพาะของดนตรีไทยแบบฉบับต้องมีดังนี้—เพลงเถา, เอื้อน และชื่อเพลงขึ้นต้นด้วยชาติพันธุ์ เช่น มอญอ้อยอิ่ง, เขมรเป่าใบไม้, ลาวเสี่ยงเทียน ฯลฯ

          เพลงเถา เอื้อนมากลากยาว จัดเป็น “ดนตรีเพื่อฟังŽ” เป็นสิ่งใหม่แรกมีหลัง พ.ศ. 2400 ในแผ่นดิน  ร.5 เพื่อสนองความต้องการของกระฎุมพี แล้วกำหนดเป็นแบบแผนดนตรีไทยของความเป็นไทยสืบจนปัจจุบัน โดยใช้บังคับคนทุกท้องถิ่นต้องทำตาม

          เพลงสะล้อซอซึงของล้านนา, แคนของอีสาน, โนราชาตรีของใต้ ไม่เป็นเพลงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย แต่ถูกจัดเป็นเพลงดนตรีพื้นเมือง นาฏศิลป์พื้นเมือง คือไม่ไทย

          ต้องรู้เท่าทันความเป็นไทย แล้วไตร่ตรองด้วยจิตใจสากล ถึงจะมีพลังสร้างสรรค์แท้จริง ตามโครงการจิตรกรรมร่วมสมัยบนพื้นฐานวัฒนธรรมสี่ภาค ของภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร เพื่อพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัยไทยให้ก้าวหน้า