มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 1 สิงหาคม 2555

 

          ความเป็นไทยถูกสร้างขึ้นอย่างกลวงๆโดยคนชั้นนำ เพื่อใช้ครอบงำหลอกลวงตัวเองและคนอื่นไปวันๆ

          ดังนั้น เมื่อจะคิดการสิ่งใดก็ไม่จริงจังอะไร สักแต่ว่าทำๆกันไปให้พ้นๆ ที่รับ   “จ๊อบ”มาทำเอาค่าจ้างและค่าคอมมิสชั่นฟันเงินทอน มีตัวอย่างอยู่ในรายงานข่าวของมติชน เรื่องเออีซี หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ฉบับวันพุธ 25 กรกฎาคม 2555 หน้า 3) ความว่า

          นายบัณฑูร ล่ำซำ แห่งธนาคารกสิกรไทย ตั้งคำถามเมื่อเร็วๆนี้ ว่าเพราะเรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเออีซีหรือเปล่า ถึงต้องจัดสัมมนากันบ่อยๆ คนที่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดน่าจะเป็นโรงแรม

          กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เคยทำเหมือนรายงานข่าวที่คัดมานี้หรือไม่? ไม่รู้

          แต่ วธ. เคยแถลงว่ามียุทธศาสตร์สร้างอัตลักษณ์อาเซียน เช่น แบ่งปันเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้ประวัติศาสตร์อาเซียน ที่มีทั้งคล้ายคลึงและแตกต่างทางวัฒนธรรม ฯลฯ

          นี่เป็นเจตนาดี แต่วิธีคิดยังมีปัญหามาก ดังบอกไว้แล้ว (เมื่อวันจันทร์ 30 กรกฎาคม 2555) เรื่องเว็บไซต์ วธ. เผยแพร่ประวัติศาสตร์บาดหมาง สร้างบาดแผลกับเพื่อนบ้านอาเซียน

          รัฐมนตรี วธ. ต้องตั้งสติดีๆ อย่าถูกจูงให้หลงผิดในประวัติศาสตร์บาดหมาง สร้างบาดแผล ที่ทำร้ายผู้คนด้วยการยุยงปลุกปั่นกระแสล้าหลังคลั่งชาติให้ก่อสงครามรบราฆ่าฟันกับเพื่อนบ้านมานับร้อยปี

          ขอให้เริ่มต้นใหม่อย่างมีสติสุขุมละเอียดอ่อน โดยเลือกบริเวณมีหลักฐานเก่าแก่เหมาะสมที่สุดขณะนี้ คือที่เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) เมืองแรกสุดของประวัติศาสตร์สยามประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาเก่าแก่ที่สุดของสุวรรณภูมิ

          บริเวณเมืองอู่ทองมีหลักฐานเกี่ยวกับบรรพชนคนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ซึ่งเป็นบรรพชนคนไทยด้วย ตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว ยุคนั้นยังไม่มีเส้นแบ่งอาณาเขตเป็นประเทศต่างๆ? กับยังไม่มีชื่อสัญชาติว่าคนพวกนั้นเป็นใคร?

          รัฐมนตรี วธ. ควรเสนอรัฐบาลให้ยกย่องเมืองอู่ทองเป็น“ครีเอทีฟ ซิตี้” เมืองสร้างสรรค์วิชาความรู้ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมของอุษาคเนย์ โดยศึกษาเมือง   อู่ทองเป็นกรณีตัวอย่างว่าบ้านเมืองและผู้คนอาเซียน 3,000 ปีที่แล้ว มีพัฒนาการเป็นเครือญาติกันมาอย่างไร?

          แต่ละแห่งเริ่มรับอารยธรรมอินเดียและจีนเมื่อไร? จนเติบโตมีเส้นกั้นอาณาเขตแยกเป็นประเทศตอนไหน? เพราะอะไร?

          แรกสุด รัฐมนตรี วธ. ต้องรีบบอกรัฐบาลระงับการให้สัมปทานระเบิดหินบนภูเขาทุกลูกในเขต อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี และบริเวณต่อเนื่อง เพราะพบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีอยู่บนยอดเขาเกือบทุกแห่ง

          ขณะเดียวกันต้องเร่งรัดจัดตั้งคณะทำงาน (ที่ทำงานกระตือรือร้นแหลมคมอย่างภาคเอกชน) แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้สู่สาธารณชนทั่วประเทศและทั่วอาเซียน กับทั่วโลก ให้รับรู้และทำความเข้าใจพยานหลักฐานที่มีจริงพร้อมๆกัน เพื่อร่วมกันวิจัย วิจารณ์ และวินิจฉัยโดยไม่ต้องหาข้อยุติอย่างใดอย่างหนึ่งขณะนี้

          จงเริ่มต้นที่เมืองอู่ทอง แล้วค่อยๆขยายออกไปทีละน้อยตามลุ่มน้ำต่างๆจนทั่วประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านทั้งอาเซียน ซึ่งมีทั้งผืนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะ

          ในที่สุดจะได้ข้อมูลความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ อันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แม้จะมีข้อทักท้วงถกเถียงทางวิชาการหลงเหลือบ้าง ก็ถือเป็นปกติที่ต้องทักท้วงถกเถียงกันต่อไปไม่สิ้นสุดด้วยสันติวิธี

          แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ จะมองเห็นสันติภาพถาวรมีอนาคตงดงามขึ้นdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);