Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม 2555

 

ปกหนังสือหนุ่มเหน้าสาวสวย ของ ณรงค์ จันทร์เรือง ได้ชื่อจาก ขรรค์ชัย บุนปาน ราว 40 กว่าปีมาแล้ว สำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์ครั้งแรก 2555 วางตลาดทั่วประเทศขณะนี้

          “หนุ่มเหน้าสาวสวย” เป็นชื่อหนังสือรวมเรื่องบอกเล่าของณรงค์ จันทร์เรือง ในคอลัมน์จากมติชนสุดสัปดาห์

          ขรรค์ชัย บุนปาน คนเลือกคำ“หนุ่มเหน้า” มาต่อกับ“สาวสวย” เคยบอกไว้ตั้งแต่แรกตั้งชื่อนี้สัก 50 ปีมาแล้ว ว่าได้ถ้อยคำจากวรรณคดีโบราณชื่อ ทวาทศมาส

          ยุคนั้นหนังสือทวาทศมาสพิมพ์แจกในงานศพ แล้วแผงหนังสือสนามหลวงหลังแม่พระธรณี มีขายเล่มละ 1 บาท เรียก“หนังสืองานศพ” ขรรค์ชัยซื้อหาไปอ่านตั้งแต่ครั้งนั้น

          คำเดียวที่คนได้ยินแล้วข้องใจ คือ“เหน้า” แปลว่าอะไร? เพราะพ้องเสียงกับ“เน่า” จะมีความหมายเหมือนกันไหม?

          ขรรค์ชัยบอกไว้เมื่อ 50 ปีมาแล้วเช่นกันว่า เหน้า แปลว่า หนุ่ม, รุ่น, หรืองามก็ได้

          เพิ่งทบทวนแล้วนึกได้เมื่อเห็นชื่อหนังสือหนุ่มเหน้าสาวสวยของณรงค์ เลยหาทวาทศมาส เล่มที่ อ. ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ค้นคว้ารวบรวมแล้วถอดความและอธิบาย (พิมพ์เป็นเล่มปกแข็งครั้งแรก พ.ศ. 2512) มาเปิดหาคำว่า“เหน้า” ก็พบอย่างน้อย 3 แห่ง ในโคลงดั้น บท 3, 20, 23, ฯลฯ อาจมีอีกก็ได้ แต่เอาแค่นี้พอแล้ว ขี้เกียจค้น

          จะคัดโคลงดั้น บท 20 มาให้อ่านเป็นตัวอย่าง พร้อมคำอธิบายของ อ. ฉันทิชย์ ดังนี้

          ๏ โอะโอ้นัยนิศน้อง   นางนง  แน่งเอย

          จรเจตจิตตเรียมจง   จอดเจ้า

          สะบ่าสมบูรณบง-      กชมาศ  กูเอย

          ฤๅนิรารสเหน้า         หน่อศรี

          ถอดความ โอ้แก้วตาน้องนางงามของพี่เอย พี่จากไปใจพี่จอดรักน้อง นางงามผู้มีผิวสมบูรณ์เหมือนบัวทองของกู ควรฤๅต้องร้างรสน้องผู้มีศิริ

          ศัพทาธิบาย นัยนิศ : ดวงตา (นัยน + อีศ สกรรถ) นงแน่ง : นางงาม เจต : คิดคำนึง สะ : สวย บ่า : คือบา = ท่าน เธอ สะ-บ่า : นางงาม หญิงงาม (สาวสะ = สาวสวย) สมบูร : ผิวเหมือน นิรารส : ร้างรส เหน้าหน่อ : สาวงาม (หนุ่ม) (หนุ่มเหน้า = หนุ่มงาม)

          “หนุ่มเหน้า” กับ “สาวสวย” มีในศัพทาธิบายโคลงดั้น บท 20 ตรงเผงเลย

          ทวาทศมาส แปลตามศัพท์ว่า 12 เดือน หมายถึงประเพณี 12 เดือน ในรอบปี แล้วกวีปราชญ์แต่งพรรณนาเป็นโคลงดั้น 259 บท (บท 260 เป็นร่ายดั้นจนจบ)

          โคลงดั้น นิยมกันในรัฐภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ส่วนโคลงสี่นิยมกันในรัฐล้านนา ทั้งโคลงดั้นและโคลงสี่มีต้นแบบรากเหง้าจาก โคลงลาวสองฝั่งโขง ที่ใช้ลำ หรือเรียกอีกอย่างว่า กลอนลำ ของหมอลำ

          ผมเคยอธิบายพร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่าทวาทศมาสโคลงดั้นเป็น “พระราชนิพนธ์” ระหว่าง พ.ศ. 2027-2031 ในสมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 3 โอรสสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ที่ทรงพระราชนิพนธ์กำสรวลสมุทร หรือกำสรวลศรีปราชญ์ และยวนพ่าย โดยมีนักปราชญ์ราชบัณฑิตในราชสำนักถวายงานด้วย

          (มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือกำสรวลสมุทร หรือกำสรวลศรีปราชญ์ เป็นพระราชนิพนธ์ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา สำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549)

          “พระราชนิพนธ์” หมายถึงเรื่องที่แต่งขึ้นโดยนักปราชญ์ราชบัณฑิต จะด้วยคนเดียวหรือเป็นคณะหลายคนก็ได้ แล้วถวายพระเจ้าแผ่นดินเป็นพระราชนิพนธ์โดยไม่จำเป็นต้องทรงแต่งเองทั้งหมด หรือแค่ทรงตรวจแก้แนะนำเล็กๆน้อยๆ ก็ถือเป็นพระราชนิพนธ์ได้แล้ว